ธงธรรม เสนอ 6 มิติฟื้นSME หลังท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาสร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน
‘ธงธรรม’ เสนอ 6 มิติฟื้น SME หลังน้ำท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาเปิด-สร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน-สร้างภูมิคุ้มกันรับภัยพิบัติ
สรุปสั้น
‘ธงธรรม’ เสนอ 6 มิติฟื้น SME หลังน้ำท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาเปิด-สร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน-สร้างภูมิคุ้มกันรับภัยพิบัติ
ประเด็นสำคัญ
- ธงธรรม เสนอ 6 มิติฟื้นSME หลังท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาสร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน
- ‘ธงธรรม’ เสนอ 6 มิติฟื้น SME หลังน้ำท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาเปิด-สร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน-สร้างภูมิคุ้มกันรับภัยพิบัติ
- เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดย นายธงธรรม เวชยชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สำหรับผู้ประกอบการ น้ำลดไม่ได้หมายความว่าวิกฤตจบ เพราะต้องเริ่มนับความเสียหายและต้นทุนในการกลับมาเปิดกิจการ โดยเอสเอ็มอีต้องเผชิญ 3 ปัญหา ได้แก่ 1.Asset Shock ทรัพย์สินและสต็อกเสียหาย 2.Cash-flow Shock รายได้หยุดแต่ค่าใช้จ่ายและหนี้ยังอยู่ และ 3.Demand Shock แม้เปิดกิจการได้ แต่ลูกค้าและนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เร่งช่วยเหลือประชาชน แต่เห็นว่าการฟื้นฟูต้องมากกว่าการพักหนี้และสินเชื่อ เพราะผู้ประกอบการบางรายไม่ใช่ลูกค้าเดิมของธนาคาร จึงอาจเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือ
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ธงธรรม เสนอ 6 มิติฟื้นSME หลังท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาสร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน (70%)
รายละเอียด
ธงธรรม เสนอ 6 มิติฟื้นSME หลังท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาสร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน
‘ธงธรรม’ เสนอ 6 มิติฟื้น SME หลังน้ำท่วมน่าน ชี้เยียวยาต้องพาธุรกิจกลับมาเปิด-สร้างรายได้-รักษาการจ้างงาน-สร้างภูมิคุ้มกันรับภัยพิบัติ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิชรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดย นายธงธรรม เวชยชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สำหรับผู้ประกอบการ น้ำลดไม่ได้หมายความว่าวิกฤตจบ เพราะต้องเริ่มนับความเสียหายและต้นทุนในการกลับมาเปิดกิจการ โดยเอสเอ็มอีต้องเผชิญ 3 ปัญหา ได้แก่ 1.Asset Shock ทรัพย์สินและสต็อกเสียหาย 2.Cash-flow Shock รายได้หยุดแต่ค่าใช้จ่ายและหนี้ยังอยู่ และ 3.Demand Shock แม้เปิดกิจการได้ แต่ลูกค้าและนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา ทั้งนี้ ตนขอชื่นชมรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เร่งช่วยเหลือประชาชน แต่เห็นว่าการฟื้นฟูต้องมากกว่าการพักหนี้และสินเชื่อ เพราะผู้ประกอบการบางรายไม่ใช่ลูกค้าเดิมของธนาคาร จึงอาจเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือ
นายธงธรรม กล่าวอีกว่า หากร้านปิดนานจนกระแสเงินสดหมด วิกฤตน้ำท่วมจะลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ นำไปสู่การว่างงานและกำลังซื้อในท้องถิ่นลดลง ดังนั้น มาตรการฟื้นฟูต้องครอบคลุมทั้ง Supply Recovery และ Demand Recovery โดยเสนอแนวทางฟื้นเอสเอ็มอี 6 ด้าน ได้แก่ 1.Relief หยุดเลือดไหลด้วยการพักหนี้และลดภาระดอกเบี้ย พร้อมมีมาตรฐานช่วยเหลือขั้นต่ำเมื่อเกิดภัยพิบัติ 2. Restart เงินช่วยเหลือเพื่อให้ธุรกิจรายย่อย (Micro Business) และธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business) สามารถกลับมาเปิดกิจการ และ 3. Refinance เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อและการค้ำประกัน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าเดิมของสถาบันการเงิน
นายธงธรรม กล่าวด้วยว่า 4.Retain มาตรการช่วยรักษาการจ้างงานในช่วงวิกฤต เพื่อรักษารายได้ครัวเรือนและกำลังซื้อในจังหวัด 5.Revenue ให้รัฐบาล ท้องถิ่น ททท. และภาคเอกชนร่วมกันฟื้นความต้องการใน จ.น่าน ผ่านการกระตุ้นการเดินทาง จัดกิจกรรม จัดประชุม และแพ็กเกจท่องเที่ยว เพื่อให้ลูกค้ากลับเข้าร้านและรายได้กลับคืนสู่ธุรกิจ และ 6. Resilience ต้องยกระดับภูมิคุ้มกันธุรกิจ ทั้งระบบไฟฟ้า การจัดเก็บสินค้า การย้ายเครื่องจักร ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และประกันภัยน้ำท่วมที่เอสเอ็มอีเข้าถึงได้จริง โดยควรให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบตั้งแต่ต้น
นายธงธรรม กล่าวต่อว่า การวัดความสำเร็จของการเยียวยาไม่ควรดูเพียงรัฐใช้งบประมาณหรือปล่อยสินเชื่อไปเท่าใด แต่ต้องวัดจากจำนวนเอสเอ็มอีที่กลับมาเปิดกิจการ จำนวนตำแหน่งงานที่รักษาไว้ และความเร็วที่รายได้ของจังหวัดกลับคืนมา โดยต้องฟื้นธุรกิจให้ครบตั้งแต่เยียวยาให้รอด เปิดกิจการ เติมทุน รักษางาน สร้างรายได้ และสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งหากทำได้ครบทั้ง 6 มิติ จะช่วยให้น่านผ่านวิกฤตครั้งนี้ และอาจพัฒนาเป็นต้นแบบการฟื้นเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติสำหรับพื้นที่อื่นทั่วประเทศได้
ติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หัวข้อเหล่านี้อัปเดตข่าวใหม่ใน URL เดิมทุกวัน