เศรษฐกิจ

แอตต้า หนุนรัฐงัดไม้เด็ดกระตุ้นท่องเที่ยว เตือน ศก.ซบหนักกำลังซื้อหายจนน่าห่วง

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขึ้นจาก 2% เป็น 2.5% แต่รัฐบาลยังคงตั้งเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 3% นั้น ภาคการท่องเที่ยวถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แอตต้า หนุนรัฐงัดไม้เด็ดกระตุ้นท่องเที่ยว เตือน ศก.ซบหนักกำลังซื้อหายจนน่าห่วง
มติชนออนไลน์

สรุปสั้น

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขึ้นจาก 2% เป็น 2.5% แต่รัฐบาลยังคงตั้งเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 3% นั้น ภาคการท่องเที่ยวถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ประเด็นสำคัญ

  • แอตต้า หนุนรัฐงัดไม้เด็ดกระตุ้นท่องเที่ยว เตือน ศก.ซบหนักกำลังซื้อหายจนน่าห่วง
  • นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขึ้นจาก 2% เป็น 2.5% แต่รัฐบาลยังคงตั้งเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 3% นั้น ภาคการท่องเที่ยวถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจีดีพีที่ 3% เนื่องจากหากประเมินดัชนีชี้วัดที่สำคัญ จะเห็นว่าหมวดบริการสามารถเติบโตได้อย่างดี จึงมองว่า รัฐบาลควรดำเนินมาตรการในด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

แอตต้า หนุนรัฐงัดไม้เด็ดกระตุ้นท่องเที่ยว เตือน ศก.ซบหนักกำลังซื้อหายจนน่าห่วง (70%)

รายละเอียด

แอตต้า หนุนรัฐงัดไม้เด็ดกระตุ้นท่องเที่ยว เตือน ศก.ซบหนักกำลังซื้อหายจนน่าห่วง

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยขึ้นจาก 2% เป็น 2.5% แต่รัฐบาลยังคงตั้งเป้าหมายผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 3% นั้น ภาคการท่องเที่ยวถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจีดีพีที่ 3% เนื่องจากหากประเมินดัชนีชี้วัดที่สำคัญ จะเห็นว่าหมวดบริการสามารถเติบโตได้อย่างดี จึงมองว่า รัฐบาลควรดำเนินมาตรการในด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะนโยบายทูตท่องเที่ยว (Tourism Diplomacy) แตการเจาะตลาดและเจรจาความร่วมมือในต่างประเทศจะต้องทำในลักษณะ ‘Two-way tourism’ หรือการเป็นพันธมิตรทางการท่องเที่ยว (Tourism Partnership) ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

“การท่องเที่ยวตอนนี้ จะต้องเปลี่ยนรูปแบบ ไม่ใช่การมุ่งดึงเฉพาะนักท่องเที่ยวจากฝั่งตรงข้ามเข้ามาอย่างเดียว แต่ต้องสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศพันธมิตร เพราะจะเป็นส่วนช่วยสร้างโครงสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนและมีผลดีในระยะยาว” นายอดิษฐ์ กล่าว

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเดินหน้าทำกิจกรรมโรดโชว์และเทรดโชว์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเป้าหมายระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นที่พึ่งหลักของไทย เพราะการมีภาพผู้นำระดับประเทศเยี่ยมเยือนและเจรจาภาคีกันถือเป็นมุมมองเชิงบวกต่อบรรยากาศในเชิงจิตวิทยาของคนได้ นอกจากนี้ ข้อเสนอเร่งด่วนทางนโยบายคือ ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) เพิ่มเติมในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากโครงการเดิมจำนวน 1,000 เที่ยวบินกำลังจะหมดงบประมาณสนับสนุนลงในสิ้นเดือนกันยายนนี้ หากรัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณสนับสนุนเพิ่มอีก 1,000 เที่ยวบินสำหรับช่วงไตรมาสสุดท้าย จะช่วยกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวและสร้างความหวังที่ชัดเจนขึ้นในการเดินหน้าสู่เป้าหมายทั้งในด้านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวม

นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ในด้านสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ ขณะนี้เป็นภาพของการสะท้อนความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาอย่างหนัก ส่งผลให้คนไทยมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก ซึ่งวิกฤตกำลังซื้อดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy) อย่างชัดเจน แม้กระทั่งในแหล่งท่องเที่ยวศูนย์กลางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่างพื้นที่ใจกลางสยามเซ็นเตอร์ที่เคยคึกคัก ปัจจุบันพบว่า ในช่วงเวลาเพียง 19.00 – 20.00 น. บรรยากาศก็กลับมาเงียบเหงาและแทบไม่มีผู้คน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าคนไทยไม่มีเงินท่องเที่ยวจริงๆ จึงมองว่า รัฐบาลควรเร่งอนุมัติและปล่อยงบประมาณโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อาทิ ไทยเที่ยวไทย พลัส ออกมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากยิ่งงบประมาณออกมารวดเร็วเท่าใด ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้คึกคักขึ้น และเม็ดเงินจากการอัดฉีดนี้จะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจ ส่งอานิสงส์ต่อยอดไปยังผู้ประกอบการในสาขาอาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างทั่วถึง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus