เปิดตำนาน Gaslighting จากบทละครยุค 1930 สู่คำศัพท์ปั่นหัวแห่งยุค
Gaslighting มีที่มาจากบทละครเวที สู่พฤติกรรมจิตวิทยาบิดเบือนความจริง เพื่อควบคุมเหยื่อให้สงสัยในสติปัญญาของตนเอง
นับเมื่อเปิดอ่านอย่างน้อย 8 วินาที วันละครั้งต่อเบราว์เซอร์ · ไม่ใช้คุกกี้ติดตาม
สรุปสั้น
Gaslighting มีที่มาจากบทละครเวที สู่พฤติกรรมจิตวิทยาบิดเบือนความจริง เพื่อควบคุมเหยื่อให้สงสัยในสติปัญญาของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- เปิดตำนาน Gaslighting จากบทละครยุค 1930 สู่คำศัพท์ปั่นหัวแห่งยุค
- Gaslighting มีที่มาจากบทละครเวที สู่พฤติกรรมจิตวิทยาบิดเบือนความจริง เพื่อควบคุมเหยื่อให้สงสัยในสติปัญญาของตนเอง
- คำว่า Gaslighting ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นในห้องวิจัยทางจิตวิทยา แต่มีรากฐานมาจากศิลปะวรรณกรรม โดยมีจุดเริ่มต้นจากบทละครเวทีแนวสืบสวนสอบสวนเรื่อง "Gas Light" ในปี ค.ศ. 1938 เขียนโดยนักเขียนชาวอังกฤษชื่อ พาทริก แฮมิลตัน (Patrick Hamilton) ต่อมาถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังในชื่อเดียวกันคือ Gaslight (1944) นำแสดงโดย อิงกริด เบิร์กแมน (Ingrid Bergman) และ ชาร์ลส์ โบเยอร์ (Charles Boyer)
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เปิดตำนาน Gaslighting จากบทละครยุค 1930 สู่คำศัพท์ปั่นหัวแห่งยุค (70%)
รายละเอียด
เปิดตำนาน Gaslighting จากบทละครยุค 1930 สู่คำศัพท์ปั่นหัวแห่งยุค
เผยแพร่ 27 ส.ค. 2569 ,18:16น.
Gaslighting มีที่มาจากบทละครเวที สู่พฤติกรรมจิตวิทยาบิดเบือนความจริง เพื่อควบคุมเหยื่อให้สงสัยในสติปัญญาของตนเอง
จุดกำเนิด Gaslighting จากบทละครปี 1930 สู่คำจิตวิทยาโลก
คำว่า Gaslighting ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นในห้องวิจัยทางจิตวิทยา แต่มีรากฐานมาจากศิลปะวรรณกรรม โดยมีจุดเริ่มต้นจากบทละครเวทีแนวสืบสวนสอบสวนเรื่อง "Gas Light" ในปี ค.ศ. 1938 เขียนโดยนักเขียนชาวอังกฤษชื่อ พาทริก แฮมิลตัน (Patrick Hamilton) ต่อมาถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังในชื่อเดียวกันคือ Gaslight (1944) นำแสดงโดย อิงกริด เบิร์กแมน (Ingrid Bergman) และ ชาร์ลส์ โบเยอร์ (Charles Boyer)
เนื้อเรื่องเล่าถึง "เกรกอรี" สามีหลอกลวงที่พยายามปั่นหัว "พอลลา" ภรรยาของเขา เพื่อให้เธอเข้าใจว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคนบ้าและสูญเสียการรับรู้สภาวะความเป็นจริง วิธีการหลักที่เกรกอรีใช้คือ การแอบหรี่ไฟจาก "ตะเกียงแก๊ส" ภายในบ้านให้สลัวลง แล้วเมื่อภรรยาถามว่าทำไมไฟถึงมืดลง สามีกลับยืนยันเสียงแข็งว่า "ไฟก็สว่างเท่าเดิม เธอคิดไปเอง"
นอกจากนี้ เขายังแอบย้ายข้าวของในบ้านให้หายไป แล้วกล่าวหาว่าภรรยาเป็นคนขโมยหรือลืมไว้ การถูกเป่าหูและปฏิเสธความจริงอย่างต่อเนื่องทำให้พอลลาเริ่มสงสัยในความทรงจำ ตัวตน และสติสัมปชัญญะของตัวเอง จนเกือบสูญเสียสติไปจริงๆ
จากบทละครเรื่องนี้ ทำให้นักจิตวิทยาเริ่มนำคำว่า "Gaslighting" มาใช้เป็นศัพท์ทางจิตวิทยาเชิงอุปมาอุปไมยเพื่ออธิบายรูปแบบการกระทำที่เป็นการ "ทำลายการรับรู้ความจริงของเหยื่อ" เพื่อให้อีกฝ่ายควบคุมได้ง่ายขึ้น
จากเรื่องราวในภาพยนตร์ นักจิตวิทยาและนักสังคมศาสตร์ในยุคต่อมาเริ่มนำคำว่า "Gaslighting" มาใช้เรียก พฤติกรรมบิดเบือนความจริงเพื่อควบคุมผู้อื่น
ผู้กระทำ จะใช้การปฏิเสธความจริง การบิดเบือนข้อมูล หรือคำพูดตอกย้ำให้เหยื่อสงสัยในความทรงจำและความรู้สึกของตนเอง
เช่น: "ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น เธอจำผิดไปเอง""คิดมากไปหรือเปล่า? เวอร์เกินไปแล้วนะ""เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง เรื่องมันถึงได้แย่"
คำพูดสุดฮิตของสายปั่นหัว (Gaslighting Phrases)
ผู้ที่ใช้เทคนิค Gaslighting มักมีประโยคติดปากที่ออกแบบมาเพื่อสั่นคลอนความมั่นใจของอีกฝ่ายโดยเฉพาะ หากคุณเคยได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยๆ ในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะจากคู่รัก เพื่อน หรือหัวหน้างาน ให้พึงระวังไว้ว่าคุณอาจกำลังถูกปั่นหัว:
"คิดมากไปเองหรือเปล่า?" / "เพ้อเจ้ออีกแล้วนะ" : เป็นการปฏิเสธความรู้สึกของเหยื่อ ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าความวิตกกังวลของตนเป็นเรื่องบ้าบอ
"เรื่องแค่นี้เอง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้" : การด้อยค่าความรู้สึก เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนเองงี่เง่า ไวต่อความรู้สึกเกินไป
"ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเลยนะ จำผิดแล้วมั้ง" : การปฏิเสธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างหน้าตาเฉย เพื่อให้เหยื่อเริ่มไม่มั่นใจในความทรงจำของตัวเอง
"เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง ฉันถึงต้องทำแบบนี้" : การโยนความผิดให้อีกฝ่าย เปลี่ยนให้ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ คอนเทนต์สำหรับคุณ By Blue Dot เนื้อหาคัดสรรคุณภาพ
"ที่พูดเพราะรักและหวังดีหรอกนะ" : การใช้ความรัก ความหวังดี เป็นเกราะป้องกัน เพื่อให้เหยื่อยอมทำตามโดยไม่ต้านทาน
Gaslighting ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่มองข้ามได้ แต่มันคือ "อาชญากรรมทางอารมณ์" ที่ค่อยๆ กัดกร่อนคุณค่าในตัวเอง จำไว้ว่า "ความจริงของคุณมีความหมาย และความรู้สึกของคุณเป็นเรื่องจริงเสมอ" อย่ายินยอมให้ใครใช้ตะเกียงแก๊สแห่งคำโกหกมาหรี่แสงสว่างแห่งสติปัญญาและความมั่นใจในตัวคุณให้มืดมิดลงไปได้อีกเลย
คอนเทนต์พิเศษ
สำหรับคุณ
คนไทยทำ “พินัยกรรมขอตายดี” เพิ่มกว่า 10 เท่า สิทธิเลือกวาระสุดท้าย “ไม่ยื้อ ไม่ทรมาน”
ถอดรหัสศิลปะและความเชื่อใน ‘MANIFEST (ภาวนา)’ ของ Alie Blackcobra
ภาพมุมสูงอุทกภัยเนปาล น้ำ-โคลนถล่มกลืนชุมชน | PPTV Online
เปิดเส้นทางทำลายล้างน้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบต | เข้มข่าวเย็น | 27 ส.ค. 69
มหาอุทกภัยชายแดนเนปาล–จีน ดับทะลุ 160 สูญหายหลายร้อยคน| จับข่าวคุย | 27 ส.ค. 69
ผอ.JIC เตือนสติกัมพูชา อย่าใช้คำขู่แทนเจรจา ให้ยึดข้อเท็จจริง | เที่ยงทันข่าว | 27 ส....
"บิ๊กเกรียง" ลั่นสมัยผมไม่เคยใช้ ฮ. ไฟใต้ ห่วงรัฐบาล มีอะไรโดนสงสัยไว้ก่อน| PPTV News
"ป้าดา" เปิดที่ปรึกษาทายาทคนใหม่ โวย "นายกฯ-ปกรณ์" นิ่งเฉย| PPTV News
ชาวอิสราเอลชื่อเสียงแย่-ทั่วโลกต่อต้าน? | ทันโลก DAILY | 21 ส.ค. 69
Exclusive Talk | ฮุนเซนเอาคืนแน่!เช็คกำลังทหารกัมพูชา | คุยข้ามช็อต
แฉ! "ระดับรัฐมนตรี" เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นใต้-อีสาน จี้ ป.ป.ช.สาวเส้นเงิน| PPTV News
"ยศชนัน"ลุยน่านอีกรอบ เร่งฟื้นฟู-ช่วยผู้ประสบภัย| เที่ยงทันข่าว | 26 ส.ค. 69
Highlight | "ดูไบ"อาวุธ"ทรัมป์"ใช้บดขยี้เศรษฐกิจ"อิหร่าน"IRGC ขู่ใช้อาวุธทำลายล้างสูงขึ้น|PPTV News|
อำนาจหลังลูกกรง “เล่าต๋า” สั่งการจากในคุกได้อย่างไร? | Off The Record
น้ำป่าถล่มบ้านเก็ตหนัก! บ้านพัง-สะพานขาด | PPTV Online
น้ำทะลัก 2 ทาง เข้าหมู่บ้านร้อง อ.ปัว เสียหายหนัก ชาวบ้านเผยหนักสุดในรอบหลายสิบปี | เข้มข่าวค่ำ |
ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์
หนังใหม่ 2026 : "ธี่หยด สมิงเขาขวาง" เปิดภารกิจล่าไอ้โหง
"เยอรมันเชเพิร์ด" จากสุนัขต้อนฝูงแกะ สู่ผู้ปฏิบัติสารพัดภารกิจโหด
"กระทิง" วัวป่ายักษ์แห่งเอเชีย พบในหลายผืนป่าของไทย มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
กินนมแล้วท้องอืด ท้องเสีย เช็กให้ชัด แพ้นมหรือแพ้แลคโตส?
"แมวพัลลัส" แมวป่าขนปุยหน้าบึ้ง ทนอากาศหนาวได้กว่า -50 องศาเซลเซียส
ซีรีส์ใหม่ 2026 : "Carrie" โศกนาฏกรรมที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งไปตลอดกาล
"ภาวะสิ้นยินดี" ภัยเงียบ เมื่อความสุขที่เคยมีกลายเป็นความว่างเปล่า
ข้อเสียของการเติบโต คือคนข้างๆ จะค่อยๆ หายไปทีละคน
แพทย์แนะ 3 วิธีดูแลร่างกาย สู้ฝุ่น PM2.5 ช่วงวิกฤตคนไทยป่วยเพิ่ม