สังคม

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน ย้ำให้ปรับวิธีประเมิน เน้นสังเกตพฤติกรรม-พัฒนาการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีความสุข

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน
พีพีทีวี เอชดี 36

สรุปสั้น

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน ย้ำให้ปรับวิธีประเมิน เน้นสังเกตพฤติกรรม-พัฒนาการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีความสุข

ประเด็นสำคัญ

  • รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน
  • รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน ย้ำให้ปรับวิธีประเมิน เน้นสังเกตพฤติกรรม-พัฒนาการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีความสุข
  • ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ออกข้อสั่งการเน้นย้ำไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้กำกับดูแลโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามจัดสอบแข่งขัน หรือใช้ระบบแพ้-ชนะ จัดอันดับคะแนนในระดับเด็กเล็กโดยเด็ดขาด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน (70%)

รายละเอียด

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2569 ,18:39น.

รัฐเบรกสอบแข่งขัน-ใช้ระบบแพ้ชนะในเด็กอนุบาล ชี้ขัดกฎหมาย สร้างแรงกดดัน ย้ำให้ปรับวิธีประเมิน เน้นสังเกตพฤติกรรม-พัฒนาการเรียนรู้ ให้เติบโตอย่างมีความสุข

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ออกข้อสั่งการเน้นย้ำไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้กำกับดูแลโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามจัดสอบแข่งขัน หรือใช้ระบบแพ้-ชนะ จัดอันดับคะแนนในระดับเด็กเล็กโดยเด็ดขาด

ทำเนียบรัฐบาล

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับ พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยนี้ ได้กำหนดให้เด็กปฐมวัยซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ได้รับการดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยต้องให้เด็กเล็กเริ่มต้นการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ไม่ถูกผลักเข้าสู่การแข่งขันก่อนวัยอันควร

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางปรับวิธีการวัดผลใหม่ทั่วประเทศอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ยกเลิกข้อสอบวิชาการ การจัดอันดับแข่งขัน และให้โรงเรียนเปลี่ยนไปเน้นเรื่องการประเมินพัฒนาการแทน โดยควรใช้การสังเกตพฤติกรรม ทักษะการสื่อสาร การช่วยเหลือตนเอง และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) รวบรวมผลงาน ภาพกิจกรรม และติดตามความก้าวหน้าของเด็กเป็นรายบุคคล แทนการใช้ตัวเลขตัดสินแบบเดิม ๆ

คอนเทนต์สำหรับคุณ By Blue Dot

"ป้าดา" แถลงจี้สอบที่มาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด อาจได้มาไม่ถูกต้อง

เตือน 10 จังหวัดภาคกลาง-กทม. จับตาระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นถึงวันที่ 2 ก....

ทั้งนี้ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มองเด็กปฐมวัยแค่ในมุมการเรียนหนังสือ แต่เน้นการพัฒนาแบบองค์รวม ซึ่งการเร่งรัดวิชาการหรือการบังคับสอบตั้งแต่วัยอนุบาล นอกจากจะขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังเป็นการสร้างความกดดันเกินวัย ส่งผลเสียรุนแรงต่อพัฒนาการทางสมอง คลื่นความเครียด และการเจริญเติบโตทางอารมณ์ของเด็กในระยะยาว

ซึ่งขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินหน้าจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาของชาติ ที่ครอบคลุมการพัฒนาเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยเชิญกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น และผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิตร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อให้หลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

รัฐบาลเชื่อมั่นว่า นโยบายการยกระดับการศึกษาปฐมวัยดังกล่าว จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการกวดวิชาเด็กเล็ก พร้อมกำชับให้สถานศึกษาปรับรูปแบบการรายงานพัฒนาการแก่ผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันดูแลเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สมวัย และมีความสุข

คอนเทนต์พิเศษ

สำหรับคุณ

อุตุฯ ประกาศฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 29 ส.ค.–2 ก.ย.นี้

สภาพอากาศวันนี้! อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก บริเวณภาคเหนือ-กลาง-ตะวันออก

อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 เตือน 35 จังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก

28 ส.ค. 69! กฟน. ประกาศดับไฟ 1 จุด ในกรุงเทพมหานคร

“ผศ.ดร.ธรณ์” ชี้โลกร้อนเป็นต้นเหตุน้ำท่วมใหญ่-ดินโคลนถล่มในเนปาล

27 ส.ค. 69! “น้ำประปาไม่ไหล” 9 จุด บริเวณซอยศรีพรสวรรค์ ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี

ภาพมุมสูงอุทกภัยเนปาล น้ำ-โคลนถล่มกลืนชุมชน | PPTV Online

เปิดเส้นทางทำลายล้างน้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-ทิเบต | เข้มข่าวเย็น | 27 ส.ค. 69

มหาอุทกภัยชายแดนเนปาล–จีน ดับทะลุ 160 สูญหายหลายร้อยคน| จับข่าวคุย | 27 ส.ค. 69

ผอ.JIC เตือนสติกัมพูชา อย่าใช้คำขู่แทนเจรจา ให้ยึดข้อเท็จจริง | เที่ยงทันข่าว | 27 ส....

"บิ๊กเกรียง" ลั่นสมัยผมไม่เคยใช้ ฮ. ไฟใต้ ห่วงรัฐบาล มีอะไรโดนสงสัยไว้ก่อน| PPTV News

"ป้าดา" เปิดที่ปรึกษาทายาทคนใหม่ โวย "นายกฯ-ปกรณ์" นิ่งเฉย| PPTV News

ชาวอิสราเอลชื่อเสียงแย่-ทั่วโลกต่อต้าน? | ทันโลก DAILY | 21 ส.ค. 69

Exclusive Talk | ฮุนเซนเอาคืนแน่!เช็คกำลังทหารกัมพูชา | คุยข้ามช็อต

แฉ! "ระดับรัฐมนตรี" เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นใต้-อีสาน จี้ ป.ป.ช.สาวเส้นเงิน| PPTV News

"ยศชนัน"ลุยน่านอีกรอบ เร่งฟื้นฟู-ช่วยผู้ประสบภัย| เที่ยงทันข่าว | 26 ส.ค. 69

Highlight | "ดูไบ"อาวุธ"ทรัมป์"ใช้บดขยี้เศรษฐกิจ"อิหร่าน"IRGC ขู่ใช้อาวุธทำลายล้างสูงขึ้น|PPTV News|

อำนาจหลังลูกกรง “เล่าต๋า” สั่งการจากในคุกได้อย่างไร? | Off The Record

น้ำป่าถล่มบ้านเก็ตหนัก! บ้านพัง-สะพานขาด | PPTV Online

น้ำทะลัก 2 ทาง เข้าหมู่บ้านร้อง อ.ปัว เสียหายหนัก ชาวบ้านเผยหนักสุดในรอบหลายสิบปี | เข้มข่าวค่ำ |

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อนนาร์รา - พร้อมพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน

อุตุฯ ประกาศฉบับ 13 เตือนหลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนัก อัปเดตพายุดีเปรสชัน!

ปลัดมท. สั่งการด่วน 5 ผู้ว่าฯชายแดนใต้ ยกระดับรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด!

อธิบดีกรมศิลปากรแจง พระอุโบสถวัดภูมินทร์โครงสร้างยังแข็งแรง ปลอดภัย

อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับ 1 ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 29 ส.ค.–2 ก.ย.

24 ส.ค. 69! กฟน. ประกาศดับไฟ 10 จุด ในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี

สธ.เร่งผลักดัน พ.ร.บ.โรคมะเร็ง - ขับเคลื่อนแผน หลังป่วยพุ่ง 1.4 แสนรายต่อปี

เปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ฉบับใหม่ ถึง 1 ก.ค. นี้ ก่อนเสนอ ครม.

“ภราดร” เผย ยังไม่นำ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท หารือในที่ประชุม ครม.

เตือน! เจ้าของร้านปล่อยสูบในเขตปลอดบุหรี่ เสี่ยงถูกปรับสูงสุด 50,000 บาท

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

พีพีทีวี เอชดี 36อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus