สังคม

แว่นตา Meta Ray-Ban อาจเพิ่มฟีเจอร์ AI จดจำใบหน้าในอนาคต

แอปพลิเคชัน Meta AI ได้ซ่อนโค้ดในชื่อ NameTag ที่สามารถระบุตัวบุคคลจากภาพถ่ายและวิดีโอผ่านแว่นตาอัจฉริยะได้ แต่เมตาปฏิเสธว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานจริง และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

แว่นตา Meta Ray-Ban อาจเพิ่มฟีเจอร์ AI จดจำใบหน้าในอนาคต
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

แอปพลิเคชัน Meta AI ได้ซ่อนโค้ดในชื่อ NameTag ที่สามารถระบุตัวบุคคลจากภาพถ่ายและวิดีโอผ่านแว่นตาอัจฉริยะได้ แต่เมตาปฏิเสธว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานจริง และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

แว่นตา Meta Ray-Ban อาจเพิ่มฟีเจอร์ AI จดจำใบหน้าในอนาคต (70%)

รายละเอียด

แว่นตา Meta Ray-Ban อาจเพิ่มฟีเจอร์ AI จดจำใบหน้าในอนาคต

แอปพลิเคชัน Meta AI ได้ซ่อนโค้ดซึ่งเป็นฟีเจอร์ลับในชื่อ NameTag ที่สามารถระบุตัวบุคคลจากภาพถ่ายและวิดีโอผ่านแว่นตาอัจฉริยะได้ แต่เมตาปฏิเสธว่ายังไม่ได้เปิดใช้งานจริง และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด

นิตยสาร WIRED นำเสนอบทความที่มีชื่อว่า Meta Silently Added Face-Recognition Code for Its Smart Glasses to Millions of Phones โดยเนื้อหาด้านในเป็นรายงานว่า แอปพลิเคชันที่ใช้งานคู่กับแว่นตาอัจฉริยะ Meta Ray-Ban รวมถึง Oakley Meta Glasses อาจมีความสามารถในการจดจำใบหน้า โดยถูกออกแบบมาเพื่อระบุตัวตนของผู้คนจากภาพ  และวิดีโอ ที่ถ่ายผ่านตัวแว่น

WIRED ได้ทำการเจาะลึกเข้าไปในแอปพลิเคชัน Meta AI และค้นพบฟีเจอร์ AI ที่ยังไม่เปิดให้ใช้งานซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ชื่อ NameTag โดยฟีเจอร์นี้สามารถวิเคราะห์ใบหน้าที่บันทึกผ่านแว่นตา Meta Ray-Ban ประมวลผลข้อมูล และแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อพบใบหน้าของบุคคลที่คุ้นเคย

รายงานระบุว่า NameTag ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการอัปเดตหลายครั้ง หลังจากที่เมตาได้ประกาศ เปิดตัวแว่นตารุ่นใหม่ โดยแอปพลิเคชัน Meta AI ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อฟังก์ชันของอุปกรณ์เข้ากับแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้แว่นตาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และระบบการประมวลผลเบื้องหลังของ Meta AI ได้ เนื่องจากแว่นตาไม่สามารถทำงานได้หากปราศจากแอปพลิเคชัน

จากกรณีนี้ หมายความว่า โครงสร้างพื้นฐานของฟีเจอร์จดจำใบหน้านี้ได้ถูกฝังอยู่ในอุปกรณ์แทบทุกเครื่องที่เชื่อมต่อกับแว่นตา Meta Ray-Ban เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยดูเหมือนว่า เมตาจะจัดเก็บ ข้อมูลใบหน้าที่ระบบจดจำได้ลงในอุปกรณ์ของผู้ใช้ หลังจากดึงข้อมูลลักษณะใบหน้ามาจากเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท

WIRED ตั้งข้อสังเกตว่า เมตาเคยออกมาระบุถึงการพิจารณาความเป็นไปได้ของฟีเจอร์จดจำใบหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อติดตามจากการอัปเดตที่เริ่มวางรากฐานให้กับระบบ NameTag คาดว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวน่าจะถูกพัฒนา มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ในทางทฤษฎี หากผู้ใช้งานไม่ได้อัปเดตแอปพลิเคชัน Meta AI ตั้งแต่ช่วงเวลานั้น โค้ดของ NameTag ก็อาจจะยังคงฝังอยู่ในตัวแอปพลิเคชัน

ในส่วนกลไกการทำงานของ NameTag ในปัจจุบันนั้น ระบบจะแปลงใบหน้าให้เป็นข้อมูลทางชีวมิติโดยอาศัยโมเดล AI จำนวน 3 ตัว เริ่มจากโมเดลตรวจจับใบหน้า โมเดลแยกใบหน้าออกมาจากภาพ และโมเดลแปลงใบหน้าเป็นข้อมูลชีวมิติที่นำไปใช้งานต่อได้

อย่างไรก็ตาม เมตาได้ออกมาชี้แจงว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวยังไม่ได้เป็นฟังก์ชันที่เปิดใช้งานจริง โดยตัวแทนของเมตายืนยันว่า ยังไม่มีการใช้งานฟีเจอร์นี้ และยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากมีการตัดสินใจเปิดตัวฟีเจอร์นี้ เมตาจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ และประกาศให้ทราบเพื่อความโปร่งใสในการให้บริการ และ ยืนยันว่า เมตาไม่มีนโยบาย ในการสร้างฐานข้อมูลใบหน้าส่วนกลาง

สำหรับตลาดแว่นตาอัจฉริยะ เมตามีคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะ แว่นตาของกูเกิลที่ผลิตและพัฒนาร่วมกับซัมซุง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus