สังคม

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นหาดแหลมสน จ.ระนอง เร่งชันสูตรหาสาเหตุ

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นชายหาดแหลมสน จ.ระนอง รมว.ทส. สั่งกำชับเร่งชันสูตรหาสาเหตุการตาย พร้อมเร่งยกระดับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นหาดแหลมสน จ.ระนอง เร่งชันสูตรหาสาเหตุ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นชายหาดแหลมสน จ.ระนอง รมว.ทส. สั่งกำชับเร่งชันสูตรหาสาเหตุการตาย พร้อมเร่งยกระดับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นหาดแหลมสน จ.ระนอง เร่งชันสูตรหาสาเหตุ (70%)

รายละเอียด

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นหาดแหลมสน จ.ระนอง เร่งชันสูตรหาสาเหตุ

สิ้นใจแล้ว "ลูกพะยูน" พลัดหลงฝูง เกยตื้นชายหาดแหลมสน จ.ระนอง รมว.ทส. สั่งกำชับเร่งชันสูตรหาสาเหตุการตาย พร้อมเร่งยกระดับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสต์ข้อความระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อการสูญเสียลูกพะยูนเพศผู้ที่พลัดหลงฝูงและเสียชีวิตระหว่างการรักษา แม้เจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง พร้อมกำชับให้เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในอนาคต

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ได้รับแจ้งพบลูกพะยูนเพศผู้ ความยาว 112 ซม. น้ำหนักตัว 25 กก. พลัดหลงเกยตื้น บริเวณชายหาดแหลมสน จังหวัดระนอง และได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ และช่วยนำส่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลขนาดเล็กตามลำตัวและบริเวณส่วนหัว สันนิษฐานว่าเกิดจากการพลัดหลงและถูกกระแสน้ำพัดมาเกยตื้น เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาล และส่งตัวเข้ารับการอนุบาลต่อมายังศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต

ตลอดระยะเวลาการรักษา เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ร่วมกับอาสาสมัคร ได้ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสังเกตอาการและดูแลลูกพะยูนตลอด 24 ชั่วโมง โดยจากผลตรวจสุขภาพ พบความสมบูรณ์ร่างกายอยู่ในระดับปกติค่อนทางผอม (Body condition score 2.5/5 ) ลักษณะภายนอกพบรอยช้ำข้างลำตัว

คาดว่าเกิดจากการเกยตื้น อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย 80-100 ครั้งต่อนาที ขึ้นกับพฤติกรรมของพะยูน อัตราการหายใจช่วงเวลาพักเฉลี่ย 1-3 ครั้งใน 5 นาที อัตราการหายใจในช่วงว่ายน้ำ 4-5 ครั้งใน 5 นาที พบภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ และภาวะการขาดน้ำปานกลางถึงรุนแรง การทำงานของทางเดินอาหาร พบภาวะท้องอืด โดยมีแก๊สสะสมในทางเดินอาหารจำนวนมาก เนื่องจากลูกพะยูนไม่ได้รับอาหารมาเป็นเวลานาน

แม้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะให้การรักษาอย่างเต็มความสามารถ แต่ลูกพะยูนเกิดภาวะช็อก ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นเพื่อช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะนี้กำลังดำเนินการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด และนำผลที่ได้มาพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของสัตว์ทะเลหายากที่ประสบเหตุในอนาคต ตลอดจนเดินหน้ามาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรพะยูนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus