สังคม

เรื่องลับพังพอนงูเห่า

ดูจากสารบัญ เรื่องที่ 10 ห้ามตัดเล็บกลางคืน อายุจะสั้น ในหนังสือ นักเล่านิทาน และเรื่องอื่นๆ (สวนเงินมีมา พิมพ์ พ.ศ.2562) ผมพอคาดเดาตอนจบได้

เรื่องลับพังพอนงูเห่า
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ดูจากสารบัญ เรื่องที่ 10 ห้ามตัดเล็บกลางคืน อายุจะสั้น ในหนังสือ นักเล่านิทาน และเรื่องอื่นๆ (สวนเงินมีมา พิมพ์ พ.ศ.2562) ผมพอคาดเดาตอนจบได้

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เรื่องลับพังพอนงูเห่า (70%)

รายละเอียด

ดูจากสารบัญ เรื่องที่ 10 ห้ามตัดเล็บกลางคืน อายุจะสั้น ในหนังสือ นักเล่านิทาน และเรื่องอื่นๆ (สวนเงินมีมา พิมพ์ พ.ศ.2562) ผมพอคาดเดาตอนจบได้แต่ชื่อคนเขียน นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว...เธอคนนี้มักมีเรื่องเล่าลึกๆเร้นๆ ชนิดที่ไม่เคยฟังจากที่ไหนมาก่อนแทรกไว้ ลองอ่านไปพร้อมๆกันลีลาเล่านิพัทธ์พร เธอเขียนให้ “ส้มโอ” นักเรียนหญิงเดินหน้าม่อยกลับบ้าน เพราะเพิ่งถูกครูพิกุล ครูประจำชั้นดุเอาว่า ปล่อยให้เล็บยาว และดำส้มโอ เป็นเด็กผู้หญิงก็จริง แต่ชอบของเล่นแบบผู้ชาย ขี้เล็บดำที่ครูทักมา ไม่ใช่ขี้เล็บอย่างเดียว แต่เป็นขี้ดินเสียมากกว่า เพราะเธอมีปกตินิสัยชอบขุดดินเหนียวมาปั้นลูกกระสุนตากแห้ง ไว้ยิงหนังสติ๊กเล่นพอล้างมือขี้ดินก็หนีไปอยู่ซอกเล็บยาว เหตุที่ต้องไว้เล็บยาว เพราะต้องใช้เล็บช่วยตะกุยดินเรื่องเล็บดำจบที่ครูพิกุล ตัดสินให้ส้มโอกลับไปตัดที่บ้านเอง แต่ยังไม่ทันได้ตัด ส้มโอเผลอนั่งฟังปู่นั่งคุยกับเฒ่าเขียว เรื่องหมอยาชื่อดังในอดีตที่เก่งทางยาผีบอก หรือยากลางบ้าน“ครูแสงน่ะ เก่งที่สุด” ปู่ว่า “เก่งอย่างกับหมอเทวดาก็ว่าได้”ปู่เล่าว่าสมัยที่ครูแสงไปป่า ถ้าเจอพังพอนกัดกับงูอยู่ ครูแสงเป็นต้องหยุดซุ่มดู “ดูแล้ว นั่นแหละ ผีกำลังบอกยา”แค่ปู่เริ่มต้นว่ายาผีบอก ส้มโอก็เคยสงสัย เจอผีแบบไหน เจอผีเป็นตัวตน หรือเจอผีในฝัน ที่แท้ผีก็เป็นเจ้าพังพอนกับงูเห่า เฒ่าเขียวถาม “บอกยังไงล่ะพี่ทิด” พิกุลก็นั่งฟังเพลินปู่เล่าว่า ก็เวลาพังพอนกัดกับงูเห่าอยู่สักพัก พังพอนมันก็หมดแรงนอนตาย ทีนี้งูเห่าก็จะเลื้อยเข้าไปในป่า ไปกัดใบไม้ รากไม้ เปลือกไม้มาเคี้ยวๆแล้วกลับมาพ่นใส่พังพอนพังพอนมันก็จะฟื้นขึ้นมาสู้กับงูใหม่กัดกันไปมาอีกสักพัก ทีนี้งูก็ตายบ้าง พังพอนมันก็วิ่งไปกัดเปลือกไม้ รากไม้ มาพ่นใส่ให้งูเห่าฟื้นขึ้นบ้างพังพอนกับงูเห่า กัดกันไปวนเวียนอยู่แบบนี้ ใครไปเจอถือเป็นโชคมหันต์ คอยซุ่มดูว่างูกับพังพอนมันไปกัดเปลือกไม้ ใบไม้ รากไม้ของต้นอะไร แล้วค่อยไปเก็บเอามาปรุงยา“ครูแสงได้ยาแก้พิษงูมาแบบนี้แหละ” ปู่กำชับ “ใครถูกงูกัด ต่อให้เป็นงูเห่าดุๆ ถ้ายังไม่ทันสว่าง ครูแสงแกได้หมด แต่ก็ต้องขันชะเนาะแผลมาให้แน่นอน ขืนวิ่งแบกมาเทิ่งๆ ไม่ปฐมพยาบาลอะไรเลย ปล่อยให้พิษงูวิ่งเข้าหัวใจ ไอ้ที่แบกหามกันมาก็เท่ากับพาไปส่งโรงพยาบาลสถานเดียว”“แล้วพี่ทิดได้วิชาครูแสงมาบ้างหรือเปล่า” เฒ่าเขียวถามปู่ “ได้มาบ้างแต่ไม่ครบทั้งหมด ครูแสงเป็นครูโบราณ แกหวงวิชา บางอย่างเราไม่ถามแกก็ไม่บอก กว่าเราจะแก่พอรู้ว่าควรถามอะไรเพิ่มอีก แกก็สิ้นไปแล้วสูตรยาดีๆหลายอย่าง เลยตายไปพร้อมกับตัวแกด้วยยาแก้พิษงูก็สูญไปด้วยเหมือนกัน”ส้มโอนั่งฟัง อ้าปากหวอจนค่ำ ปู่ไล่ให้ไปอาบน้ำอาบท่าทำการบ้านเสร็จจะเข้ามุ้งนอน นึกขึ้นได้คว้ากรรไกรตัดเล็บ เริ่มตัดจากแสงไฟฟ้าไปได้สองเล็บ ก็บาดนิ้วเลือดอาบนี่คือที่มาของคำสอนผู้ใหญ่ ห้ามตัดเล็บกลางคืน อายุจะสั้น ซึ่งเราฟังแล้วพอเดาออก แต่เรื่องยาผีบอกที่ได้จากงูกับพังพอน...เป็นเรื่องพิเศษ ผมเองก็เพิ่งฟังเป็นครั้งแรกฟังแล้วก็คิดไปถึงนักการเมือง ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ก็เหมือนกับงูกับพังพอน สู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย ทั้งในสภานอกสภา แต่ไม่เคยล้มกันได้จริงสักครั้ง ทุกครั้งที่ล้มก็เพราะทหารขับรถถังออกมายึดอำนาจเขาว่ากันว่าบ้านเมืองเราทหารจะไม่ปฏิวัติกันแล้ว คุณเชื่อไหม? สาบานกี่ครั้งก็ได้ ผมไม่เชื่อ!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus