สังคม

"โทน บางแค" ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน

"โทน บางแค" ชี้แจง ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" รับมียอดหนี้เริ่มต้นสูงถึง 800 ล้าน ปัจจุบันเหลือ 300 ล้านเศษ พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน

"โทน บางแค" ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"โทน บางแค" ชี้แจง ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" รับมียอดหนี้เริ่มต้นสูงถึง 800 ล้าน ปัจจุบันเหลือ 300 ล้านเศษ พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ "โทน บางแค" ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน (70%)

รายละเอียด

"โทน บางแค" ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน

"โทน บางแค" ชี้แจง ยันไม่เคยเบี้ยวหนี้ "มาดามเก่ง" รับมียอดหนี้เริ่มต้นสูงถึง 800 ล้าน ปัจจุบันเหลือ 300 ล้านเศษ พร้อมแจงปมพระเครื่องค้ำประกัน

เวลา 10.30 น.วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) น ายโทนทอง สุขแก่น หรือ  "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงตัวและรับทราบรายละเอียดข้อเท็จจริง หลังมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์พาดพิงว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกง โดยยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง

นายโทนทอง กล่าวชี้แจงประเด็นหนี้สินกับ  "มาดามเก่ง" น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ คู่กรณี โดยยอมรับว่าเป็นหนี้ตามสัญญาจริง มียอดหนี้เริ่มต้นสูงถึง 800 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาทยอยชำระมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันคงเหลือยอดหนี้ประมาณ 300 ล้านบาทเศษ

"ผมปฏิบัติตามสัญญามาโดยตลอด ไม่เคยมีเจตนาเบี้ยวหนี้ แต่อาจมีบ้างที่ล่าช้าเพียง 3-5 วัน ถือเป็นเรื่องปกติในทางธุรกิจ ปัจจุบันยังชำระหนี้ล่วงหน้าไปจนถึงปี 2570 แล้ว ทั้งที่สัญญามีผลบังคับถึงปี 2573 ส่วนกรณีรถหรูและสินค้าแบรนด์เนม ยืนยันว่าเป็นการซื้อขายแบบผ่อนชำระจนครบถ้วน ไม่ใช่หนี้ค้างเก่าหรือการให้โดยเสน่หาตามที่ถูกกล่าวอ้าง" นายโทนทองระบุ

นายโทนทอง กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพระเครื่องมูลค่ากว่า 400-500 ล้านบาท ที่นำไปค้ำประกันแล้วถูกคู่กรณีอ้างว่าราคาไม่ตรงตามที่ตกลงนั้น นายโทนทองให้ความเห็นว่า ราคาพระเครื่องมีความผันผวนตามกลไกตลาดคล้ายกับหุ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในวันส่งมอบพระ เซียนพระคนสนิทของฝั่งคู่กรณีเป็นผู้ประเมินราคาด้วยตนเอง หากมูลค่าไม่ครอบคลุมยอดหนี้ เหตุใดฝ่ายเจ้าหนี้จึงยอมรับมอบตั้งแต่แรก

สำหรับประเด็นการเข้าพบ  "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ์ ปานแก้ว รองผบช.ก.เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา นายโทนทอง ยอมรับว่ามีการประสานผ่านคนใกล้ชิดจริงเพื่อต้องการอธิบายปัญหาหนี้สิน แต่กลับกลายเป็นว่าถูกดึงเข้าสู่การเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิม

ทั้งนี้ นายโทนทอง ยังกล่าวยืนยันถึงสาเหตุที่แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ์ พร้อมคู่กรณีและพวกรวม 5 คน ว่าเป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมาย เนื่องจากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และมองว่ากระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้สินควรดำเนินการในชั้นศาลแพ่ง ไม่ใช่ในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายโทนทอง กล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นทำมาหากินและยืนยันจะชำระหนี้คืนให้ครบตามกำหนดสัญญาแน่นอน โดยการมาครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้หลบหนีตามที่เป็นข่าว.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus