สังคม

รู้จัก "Quiet Quitting" ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่

รู้จัก "Quiet Quitting“ ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่

รู้จัก "Quiet Quitting" ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

รู้จัก "Quiet Quitting“ ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รู้จัก "Quiet Quitting" ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่ (70%)

รายละเอียด

รู้จัก "Quiet Quitting" ทำงานตามหน้าที่ ไม่แบกงานเกินเงินเดือน เทรนด์กู้คืนสุขภาพจิตของคนรุ่นใหม่

เคยไหม ในการทุ่มเททำงานให้บริษัทแบบ 120% แบกงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ตอบแชตงานตอนสี่ทุ่ม แต่สุดท้ายเงินเดือนและตำแหน่งก็ยังอยู่ที่เดิม

หากคุณกำลังรู้สึกหมดพลังและตั้งคำถามกับความทุ่มเทของตัวเอง คุณอาจจะกำลังเข้าสู่สภาวะที่นำไปสู่เทรนด์ฮิตของคนทำงานยุคนี้ที่เรียกว่า "Quiet Quitting" หรือการทำงานตามหน้าที่แบบเป๊ะๆ ไม่ขาด แต่ก็ไม่เกิน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Quiet Quitting ไม่ได้แปลว่าการลาออกจริงๆ และไม่ได้แปลว่าขี้เกียจ แต่มันคือ "การขีดเส้นแบ่งขอบเขต" เพื่อปกป้องสุขภาพจิต และเวลาชีวิตของตัวเอง โดยปฏิเสธวัฒนธรรม Hustle Culture หรือการทำงานหนักเกินเบอร์ที่กัดกินจิตวิญญาณ

เช็กพฤติกรรมแบบไหนที่เรียกว่า Quiet Quitting

ทำงานตาม Job Description

ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามสัญญาจ้างอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ แต่จะไม่เสนอตัวรับงานนอกเหนือจากนั้นหากไม่ได้ค่าตอบแทนเพิ่ม

ปิดคอมพิวเตอร์และสแกนนิ้วออกตรงเวลาเป๊ะ ไม่นำงานกลับไปทำที่บ้าน และไม่ตอบอีเมลหรือไลน์กลุ่มงานในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน

เลิกกดดันตัวเองว่าจะต้องเป็นพนักงานดีเด่นที่พลีชีพเพื่อบริษัท เปลี่ยนมาโฟกัสที่การรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) แทน

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงหลังยุคโควิด-19 เมื่อคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) เริ่มตระหนักว่า การทำงานหนักจน Burnout ไม่ได้การันตีความก้าวหน้าหรือความมั่นคงในชีวิตเสมอไป เมื่อระบบผลตอบแทนไม่สอดคล้องกับปริมาณงานที่งอกขึ้นมาเรื่อยๆ การถอยกลับมาทำแค่ "หน้าที่พื้นฐาน" จึงเป็นกลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยา เพื่อกู้คืนเวลาชีวิต สุขภาพ และความสุขกลับมา

มุมมองแห่งความเป็นจริง ดาบสองคมที่ต้องระวัง

แม้ว่า Quiet Quitting จะเป็นยาขนานเอกในการรักษาโรคหมดไฟ แต่ในโลกของการทำงานที่มีการแข่งขันสูง การทำเพียง "เกณฑ์ขั้นต่ำ" อาจส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพได้เช่นกัน

โอกาสที่อาจหลุดลอย: ในองค์กรที่ประเมินผลจากการความทุ่มเทและการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ พนักงานที่ทำตัวตามสบายอาจถูกมองข้ามเมื่อถึงเวลาพิจารณาเลื่อนขั้นหรือขึ้นเงินเดือน

ความเสี่ยงในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง: หากบริษัทจำเป็นต้องลดขนาดองค์กร (Layoff) พนักงานที่ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นมักจะอยู่ในรายชื่อแรกๆ ที่ถูกพิจารณา

ทางออกที่สมดุล สื่อสารก่อนลดบทบาท

หากคุณรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบเรื่องปริมาณงาน แทนที่จะเงียบแล้วลดบทบาทตัวเองลงทันที การ "สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา" อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า ลองเปิดอกคุยกับหัวหน้าถึงขอบเขตงาน ปริมาณงานที่ล้นมือ หรือเจรจาเรื่องผลตอบแทนให้สมเหตุสมผล

ท้ายที่สุดแล้ว การรักงานเป็นเรื่องดี แต่การรักตัวเองและรักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรง คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เรายืนระยะในโลกของการทำงานได้อย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus