ขี่อยู่ข้างรถใหญ่ ระวังกลายเป็นคนล่องหน เช็ก 4 จุดบอดรถบรรทุก ที่โชเฟอร์ไม่เห็น
เตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ระวัง 4 จุดบอดรอบรถบรรทุก โดยเฉพาะด้านซ้ายซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด ย้ำไม่ขับแช่ข้างรถ ไม่แทรกเข้าไปในจุดบอด และควรเว้นระยะจากท้ายรถอย่างน้อย 30 เมตร
สรุปสั้น
เตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ระวัง 4 จุดบอดรอบรถบรรทุก โดยเฉพาะด้านซ้ายซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด ย้ำไม่ขับแช่ข้างรถ ไม่แทรกเข้าไปในจุดบอด และควรเว้นระยะจากท้ายรถอย่างน้อย 30 เมตร
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ขี่อยู่ข้างรถใหญ่ ระวังกลายเป็นคนล่องหน เช็ก 4 จุดบอดรถบรรทุก ที่โชเฟอร์ไม่เห็น (70%)
รายละเอียด
ขี่อยู่ข้างรถใหญ่ ระวังกลายเป็นคนล่องหน เช็ก 4 จุดบอดรถบรรทุก ที่โชเฟอร์ไม่เห็น
เตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ระวัง 4 จุดบอดรอบรถบรรทุก โดยเฉพาะด้านซ้ายซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด ย้ำไม่ขับแช่ข้างรถ ไม่แทรกเข้าไปในจุดบอด และควรเว้นระยะจากท้ายรถอย่างน้อย 30 เมตร
อุบัติเหตุระหว่างรถบรรทุกกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ มักสร้างความเสียหายรุนแรง หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการเข้าไปอยู่ใน “จุดบอด” ซึ่งเป็นพื้นที่รอบตัวรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้จากกระจกมองข้างหรือกระจกมองหลัง แม้จะตรวจสอบอย่างระมัดระวังแล้วก็ตาม
รถบรรทุกมีจุดบอดมากกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากตัวรถมีขนาดใหญ่ มีความยาวและความสูงมาก รวมทั้งมีข้อจำกัดด้านมุมมอง ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรรู้จัก 4 พื้นที่เสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
1. ด้านซ้ายของรถ จุดบอดอันตรายที่สุด
ด้านซ้ายของรถบรรทุกถือเป็นจุดบอดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ผู้ขับรถบรรทุกมองเห็นได้ยาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ขับแทรกหรือพยายามเบียดแซงทางซ้าย
พื้นที่ดังกล่าวเป็นทั้งจุดอับของสายตาและจุดที่เกิดการกวาดของท้ายรถขณะเลี้ยว หากรถจักรยานยนต์ขับอยู่ใกล้เกินไป ผู้ขับรถบรรทุกอาจมองไม่เห็น และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการถูกเบียดหรือทับได้
2. ด้านหน้ารถ มองไม่เห็นในระยะประชิด
ด้วยความสูงของห้องโดยสาร ทำให้ผู้ขับรถบรรทุกอาจมองไม่เห็นพื้นที่ด้านหน้ารถในระยะประมาณ 2-5 เมตร โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ เด็ก หรือคนเดินเท้าที่อยู่ใกล้หน้ารถมากเกินไป
ผู้ใช้ถนนจึงไม่ควรเดินตัดหน้าหรือขับรถปาดเข้าด้านหน้ารถบรรทุกอย่างกระชั้นชิด เพราะผู้ขับอาจไม่เห็นและไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เนื่องจากรถบรรทุกต้องใช้ระยะเบรกมากกว่ารถขนาดเล็ก
3. ด้านท้ายรถ ควรเว้นอย่างน้อย 30 เมตร
ผู้ขับรถบรรทุกไม่สามารถมองเห็นรถที่อยู่ด้านท้ายได้โดยตรง ขณะที่ผู้ขับรถซึ่งตามหลังรถบรรทุกก็มักมองไม่เห็นสภาพการจราจรด้านหน้าของรถบรรทุกผ่านกระจกมองหลัง
จึงควรเว้นระยะห่างจากท้ายรถบรรทุกอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อเพิ่มระยะเบรกและเปิดพื้นที่การมองเห็น หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้มีเวลาตัดสินใจและหยุดรถอย่างปลอดภัย
4. ด้านขวาของรถ อย่าขับแช่นาน
แม้รถบรรทุกจะมีกระจกมองข้าง แต่ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ผู้ขับมองไม่เห็น โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างใกล้ตัวรถและรถขนาดเล็กซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา
หากจำเป็นต้องแซง ควรแซงทางขวาอย่างถูกวิธี เปิดสัญญาณไฟล่วงหน้า รักษาระยะห่าง และเร่งแซงให้พ้นตัวรถโดยเร็ว ไม่ควรขับตีคู่หรือแช่อยู่ข้างรถบรรทุกเป็นเวลานาน
หลักง่ายๆ "มองไม่เห็นคนขับ แปลว่าคนขับอาจไม่เห็นเรา"
วิธีสังเกตว่ารถของเราอยู่ในจุดบอดหรือไม่ คือการมองผ่านกระจกมองข้างของรถบรรทุก หากไม่สามารถมองเห็นใบหน้าหรือดวงตาของผู้ขับรถบรรทุกได้ มีโอกาสสูงที่ผู้ขับจะมองไม่เห็นรถของเราเช่นกัน
ผู้ใช้รถควรหลีกเลี่ยงการขับแทรกในจุดบอด ไม่ขับแช่ด้านข้าง ไม่แทรกเข้าใกล้ขณะรถบรรทุกกำลังเลี้ยว และสังเกตสัญญาณไฟเลี้ยวอยู่เสมอ หากพบรถบรรทุกเตรียมเลี้ยว ควรชะลอความเร็วและเปิดพื้นที่ให้รถเคลื่อนตัวอย่างปลอดภัย
ด้านผู้ขับรถบรรทุกควรตรวจสอบกระจกทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ใช้สัญญาณไฟอย่างชัดเจน ตรวจสอบจุดบอดก่อนเปลี่ยนช่องทาง และขับรถด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ขับรถบรรทุกเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจและความระมัดระวังจากผู้ใช้รถทุกประเภท เพราะเพียงหลีกเลี่ยงจุดบอด รักษาระยะห่าง และไม่เร่งแซงในจังหวะเสี่ยง ก็สามารถลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้อย่างมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก