สังคม

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้ง 2569 ไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่พบทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้งทั่วประเทศ เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง วางกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง พบเพียงทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้ง 2569 ไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่พบทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้งทั่วประเทศ เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง วางกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง พบเพียงทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้ง 2569 ไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่พบทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย (70%)

รายละเอียด

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้ง 2569 ไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่พบทำลายป้ายกว่า 500 ป้าย

ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มเลือกตั้งทั่วประเทศ เฝ้าระวังพื้นที่แข่งขันสูง วางกำลังตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง พบเพียงทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย อยู่ระหว่างการดำเนินคดี พร้อมยืนยันการข่าวคุมได้ ไม่พบสัญญาณบ่งชี้เหตุรุนแรง เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้งว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง จึงได้กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมระบุจากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ใด ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ตำรวจได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยย้ำว่าต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันรักษากติกาตามระบอบประชาธิปไตย ผบ.ตร.กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยัง ผบช.ภ. 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ สำหรับช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “คืนหมาหอน” ในวันที่ 7 ก.พ. ผบ.ตร. กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ (6ก.พ.69) จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่ ผบ.ตร. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุรุนแรง หรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิ์ตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด กรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่าง ๆ ผบ.ตร. ระบุว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย วันเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดระยอง จะลงพื้นที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยตนเองได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้ ผบ.ตร.กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. จะมีการเปิดศูนย์อำนวยการดูแลการเลือกตั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน เพื่ออำนวยการและติดตามสถานการณ์ตลอดวันเลือกตั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus