สังคม

สังเกต 7 สัญญาณโรคตับ ตาเหลือง-อาการคันไม่รู้สาเหตุ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

เช็ก 7 อาการของโรคตับ มีสัญญาณอะไรที่บอกว่ามีความเสี่ยงเป็น "โรคตับ" ได้บ้าง อาการคันและตาเหลือง เสี่ยงไหม รู้ไว รักษาได้ทัน

สังเกต 7 สัญญาณโรคตับ ตาเหลือง-อาการคันไม่รู้สาเหตุ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เช็ก 7 อาการของโรคตับ มีสัญญาณอะไรที่บอกว่ามีความเสี่ยงเป็น "โรคตับ" ได้บ้าง อาการคันและตาเหลือง เสี่ยงไหม รู้ไว รักษาได้ทัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สังเกต 7 สัญญาณโรคตับ ตาเหลือง-อาการคันไม่รู้สาเหตุ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม (70%)

รายละเอียด

สังเกต 7 สัญญาณโรคตับ ตาเหลือง-อาการคันไม่รู้สาเหตุ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

“ โรคตับ ” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว ความผิดปกติอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ โรคตับหลายชนิดดำเนินไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ส่งสัญญาณเตือนที่เด่นชัดตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ ร่างกายอาจมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกว่าตับกำลังทำงานผิดปกติ หากสังเกตพบความเปลี่ยนแปลงของ 7 อาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม

สังเกต 7 สัญญาณโรคตับ มีอาการอะไรบ้าง เช็กความเสี่ยงเริ่มต้นด้วยตัวเอง

1. เบื่ออาหาร คลื่นไส้

ผู้ป่วยโรคตับบางรายอาจเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง หรือรู้สึกคลื่นไส้เป็นระยะๆ โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จนหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป

2. อ่อนเพลียง่าย เหนื่อยล้าผิดปกติ

หากรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่พบได้ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ เนื่องจากตับมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงานและกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เมื่อการทำงานของตับลดลง ร่างกายจึงอาจรู้สึกอ่อนแรงและไม่มีเรี่ยวแรงได้

3. แน่นหรือไม่สบายบริเวณชายโครงขวา

ตับตั้งอยู่บริเวณด้านขวาบนของช่องท้อง หากมีการอักเสบหรือมีไขมันสะสมในตับมากขึ้น อาจทำให้เกิดความรู้สึกแน่น อึดอัด หรือปวดตื้อๆ บริเวณชายโครงขวาได้ แม้อาการจะไม่รุนแรง แต่หากเป็นต่อเนื่องควรได้รับการตรวจวินิจฉัย

4. ปัสสาวะมีสีเข้มกว่าปกติ

อีกหนึ่งสัญญาณที่ควรสังเกตคือ สีของปัสสาวะที่เข้มขึ้นโดยไม่เกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำน้อย ภาวะดังกล่าวอาจเกิดจากการสะสมของสารบิลิรูบินในร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับความผิดปกติของการทำงานของตับและระบบทางเดินน้ำดี

5. ตัวเหลือง ตาเหลือง

อาการตัวเหลืองหรือดวงตาเหลือง ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าตับอาจทำงานผิดปกติ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สารดังกล่าวสะสมจนเกิดการเปลี่ยนสีของผิวหนังและตาขาว

แม้อาการนี้มักพบในระยะที่โรคดำเนินมากขึ้น แต่บางรายอาจเริ่มสังเกตเห็นอาการบวมบริเวณข้อเท้าหรือขา รวมถึงท้องที่โตขึ้นผิดปกติ เนื่องจากตับไม่สามารถสร้างโปรตีนได้เพียงพอ ส่งผลให้มีการคั่งของน้ำในร่างกาย

7. คันตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการคันเรื้อรังที่ไม่พบสาเหตุจากโรคผิวหนัง อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของตับได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการคั่งของน้ำดีในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการคันตามแขน ขา หรือทั่วร่างกาย

ใครบ้างมีความเสี่ยงเป็น "โรคตับ"

กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจสุขภาพตับอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่  ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ป่วยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึง ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคตับ เพราะโรคตับระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน การตรวจสุขภาพจึงเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ

อย่างไรก็ตาม  โรคตับในระยะเริ่มต้น  อาจไม่ส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจน แต่หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม เพราะการพบโรคตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

รู้ทัน 10 สัญญาณ "โรคไต" ระยะแรก ที่หลายคนมองข้าม รู้ไวรักษาได้ทัน เช็ก 10 สัญญาณเตือน "เบาหวาน" สังเกตอาการด้วยตัวเอง แบบไหนควรรีบพบแพทย์ 10 สัญญาณเตือน "โรคหัวใจ" สังเกตอาการอย่างไร ก่อนตัดสินใจไปพบแพทย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus