เปรียบเทียบ ไฮบริด HEV กับ REEV ไฟฟ้าขยายระยะทาง แบบไหนดี?
รถไฮบริด HEV ระบบดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย กับผู้ท้าชิงหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง REEV (Range Extended Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้าช่วงขยายระยะทาง เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้น
รถไฮบริด HEV ระบบดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย กับผู้ท้าชิงหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง REEV (Range Extended Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้าช่วงขยายระยะทาง เลือกแบบไหนดี?
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เปรียบเทียบ ไฮบริด HEV กับ REEV ไฟฟ้าขยายระยะทาง แบบไหนดี? (70%)
รายละเอียด
เปรียบมวย....ระหว่างแชมป์เก่าจอมเก๋าอย่างรถไฮบริด HEV (Hybrid Electric Vehicle) ระบบไฮบริดดั้งเดิมที่คนไทยคุ้นเคย กับผู้ท้าชิงหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง REEV (Range Extended Electric Vehicle) หรือรถไฟฟ้าช่วงขยายระยะทางของแบรนด์รถจีน ที่กำลังเป็นกระแส เพราะคนเริ่มเบื่อการวนหาตู้ชาร์จสาธารณะในช่วงเดินทางวันหยุดยาว จะเลือกแบบไหนที่ประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle HEV)รถยนต์ไฮบริด หรือ HEV เช่น Toyota Yaris Ativ HEV , Honda City HEV และ Mitsubishi XForce HEV/ Mitsubishi Xpander Cross HEV ยานพาหนะยอดนิยมที่ผสมผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์สันดาปภายใน แตกต่างจาก PHEV ตรงที่ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอก ระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฮบริด HEV ใช้ระบบไฮบริดแบบชาร์จตัวเอง (Self-Charging Hybrid) ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก พลังงานไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นจากการชาร์จกลับขณะเบรกและจากเครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมแรงขณะออกตัวหรือเร่งแซง รวมถึงขับเคลื่อนในความเร็วต่ำช่วงสั้น ๆ ได้ระบบควบคุมจะเลือกใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ หรือทั้งสองระบบร่วมกันโดยอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด เน้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ต่ำที่สุดแม้จะขับเร็ว (Honda HEV) รถไฮบริด HEV ปล่อยมลพิษน้อยกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป เนื่องจากมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัดที่ระบบ Regenerative Braking สามารถนำพลังงานกลับมาใช้ได้ แต่ไฮบริด HEV ยังต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปภายใน จึงไม่สามารถลดการปล่อยมลพิษได้ถึงระดับศูนย์เหมือน BEV ส่วนการชาร์จและการเติมพลังงาน มีข้อได้เปรียบของรถไฮบริด HEV คือไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟ ผู้เพียงแค่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติ ขณะที่ระบบไฮบริดจะจัดการเก็บและนำพลังงานกลับมาใช้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความถี่ในการเข้าปั๊มน้ำมันเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป ทั้งสามรุ่น มีอัตราสิ้นเปลืองในระดับ 19-24 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมาก ส่วนตัวเลขที่บริษัทรถเคลมมา ส่วนใหญ่พอเอามาขับใช้งานจริง แม้จะขับด้วยความเร็วต่ำก็ยังทำตัวเลขระดับ 28 -30 กิโลเมตรต่อลิตรลำบาก เอาเป็นว่า ขับเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็ว รถที่เอ่ยมา เช่น Toyota Yaris Ativ HEV , Honda City HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV วิ่ง 80-100 กิโลเมตร กินน้ำมัน 18-22 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดมากแล้ว การทำให้ Honda City HEV กิน 16 กิโลเมตรต่อลิตร ผมไม่แนะนำ เพราะจะต้องใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องในย่าน 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบแทบจะไม่ยกคันเร่งกันเลยทีเดียว รถยนต์ไฮบริด HEV เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จยังไม่พร้อมหรือมีไม่มากพอ แต่ HEV มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันครอบคลุมอยู่แล้วทั่วประเทศแม้ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เมื่อตู้ชาร์จไฟยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและออกเดินทางพร้อมๆกันในวันหยุดยาว รถไฮบริด HEV ช่วยให้การเดินทางไกลโดยไม่ต้องแวะชาร์จไฟเป็นไปอย่างราบรื่น มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะในเขตชนบทหรือสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติไกลๆ ที่ปราศจากสถานีชาร์จ ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV)ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง หรือ REEV (Range-Extended Electric Vehicles) คือการผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์ปั่นไฟขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแนวทางที่จับต้องได้ในการลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) ด้วยโครงสร้างระบบแบบนี้ ผู้ขับขี่จึงสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยยังคงมีความยืดหยุ่นในการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดลงระหว่างทาง รูปแบบระบบขับเคลื่อนในรถยนต์ประเภท REEV มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรง มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและเงียบสงบตามแบบฉบับของรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนเครื่องยนต์ที่อยู่บนรถจะทำหน้าที่เพียงแค่ปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่เมื่อจำเป็นเท่านั้น โดยไม่มีการส่งกำลังตรงไปที่ล้อเลย การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามลพิษเป็นศูนย์ (Zero-emission) ในย่านความเร็วต่ำ ที่เครื่องยนต์ยังดับอยู่ สร้างความอุ่นใจด้วยระยะทางที่วิ่งได้ไกลขึ้นเมื่อต้องเดินทางไกล นับเป็นการผสมผสานที่ชาญฉลาดระหว่างสมรรถนะของรถไฟฟ้ากับระบบสำรองพลังงานที่พึ่งพาได้ เมื่อขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้า (Electric Mode) รถ REEV จะไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียเลย และถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ปั่นไฟจะเริ่มทำงาน อัตราการปล่อยมลพิษก็ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ในการขับเคลื่อนตัวรถ ทำให้ REEV เป็นทางเลือกที่สะอาดกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัดสำหรับการชาร์จไฟและการเติมเชื้อเพลิง รถ REEV มอบความสะดวกในการใช้งาน ด้วยทางเลือกประจุพลังงานสองรูปแบบ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟเข้ากับสถานีชาร์จเพื่อประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ได้โดยตรงเหมือนกับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป นอกจากนี้ เครื่องยนต์ปั่นไฟบนรถยังสามารถชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ช่วยให้เดินทางได้อย่างต่อเนื่องแม้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรองรับ แต่ถ้าขับเร็วเมื่อไหร่ ก็จะรับประทานน้ำมันทันที และกินดุกว่ารถ HEV อย่างเห็นได้ชัด ในระดับ 10 กิโลเมตรต่อลิตร ก็เคยโดนมาแล้วถ้าขับเร็ว เมื่อขับไม่เร็ว อยู่ในเกณฑ์ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ REEV ถือเป็นยานพาหนะพลังงานใหม่ที่ใช้งานได้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่าน สามารถใช้งานเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบสำหรับการขับขี่ในเมือง (ที่ความเร็วต่ำ) ในขณะที่เครื่องยนต์ปั่นไฟ เป็นระบบสำรองสำหรับการเดินทางไกล หรือในพื้นที่ที่มีสถานีชาร์จจำกัด ขีดความสามารถแบบ Dual Capability แก้ปัญหาเรื่องหาสถานีชาร์จยาก ทำให้ REEV เป็นตัวเลือกที่มีอนาคต สำหรับคนที่ไม่ขับเร็ว ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ และมีการบำรุงรักษาต่ำที่สุด เมื่อเดินทางไกล ต้องพึ่งสถานีชาร์จเป็นหลัก ราคาขายมืองสองหล่นยับ ค่าประกันต่อปีแพงหูฉี่ แต่ถ้าใช้งานในเมือง ขับไม่ไกล 100-200 กิโลเมตรต่อวัน มีที่ชาร์จในบ้าน (Wall Box) ถือว่า น่าใช้โคตรๆ ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (PHEV) ผสานพลังงานไฟฟ้าสำหรับการเดินทางระยะสั้นเข้ากับเครื่องยนต์น้ำมันสำหรับการเดินทางไกล แต่ระบบขับเคลื่อนที่ซ้ำซ้อนส่งผลให้ตัวรถมีความซับซ้อนมากขึ้น เวลาเจ๊งก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หรือถ้าเป็นปลั๊กอินยุโรปก็ยิ่งสูงหนักขึ้นไปอีกระดับแบตเตอรี่ลูกละล้านก็เจอกันมาแล้ว (Porsche Panamera SE Hybrid) ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันโดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ แต่รองรับการขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางที่จำกัดมาก แค่ 2-3 กิโลเมตร ที่ความเร็วต่ำ เครื่องยนต์ก็ติดขึ้นมาแล้ว แต่ HEV ที่ขายในไทย ส่วนใหญ่จูนเครื่องมาให้ประหยัดเชื้อเพลิงในระดับ 18-23 กิโลเมตรต่อลิตร นั่นถือว่าประหยัดน้ำมันมากๆ ยานยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (REEV) มอบข้อดีของระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าควบคู่ไปกับระยะทางการวิ่งที่ไกลขึ้น แต่ในปัจจุบันยังมีตัวเลือกในตลาดค่อนข้างจำกัด และถ้าซิ่งเมื่อไหร่ก็ถังรั่วได้เหมือนกันสรุปเลือกไฮบริด (HEV) ดีสุดสำหรับคนที่ต้องการความชัวร์ ไม่ชอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเกินไป ไม่มีที่ชาร์จไฟที่บ้าน และไม่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถแม้แต่นิดเดียว เน้นรถยนต์ญี่ปุ่นที่ทนทาน ซ่อมง่าย ขายต่อราคาไม่เจ็บตัว แต่ได้ความประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นมาช่วยเซฟกระเป๋าในยุคน้ำมันแพงเลือกไฟฟ้าช่วงขยาย (REEV) เหมาะสำหรับคนชอบเทคโนโลยีใหม่ อยากได้ฟีลลิ่งการขับรถไฟฟ้า 100% แบบแรง, เงียบ, สมูท มีที่ชาร์จไฟ AC ที่บ้าน เพื่อเน้นประหยัดในวันทำงาน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ชอบการรอคิวตู้ชาร์จหรือโดนแจมตู้ทำให้ต้องรอนานหนักเข้าไปอีก เวลาขับรถไปต่างจังหวัดวันหยุด REEV คือลูกผสมทางรอดที่อุดรอยรั่วของความกังวล (Range Anxiety) ได้กริ้บที่สุดในชั่วโมงนี้ แต่อย่าขับเร็ว เพราะเมื่อเร็วก็จะรับประทานทันที. อาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358 /