สังคม

ค้านเขื่อนกรงปินัง ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง ละเมิดสิทธิชุมชน

ภาคประชาชน ค้านเขื่อนกรงปินัง จ.ยะลา ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง “ยุติโครงการ” ชี้ละเมิดสิทธิชุมชน และสิทธิในแม่น้ำตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ค้านเขื่อนกรงปินัง ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง ละเมิดสิทธิชุมชน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ภาคประชาชน ค้านเขื่อนกรงปินัง จ.ยะลา ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง “ยุติโครงการ” ชี้ละเมิดสิทธิชุมชน และสิทธิในแม่น้ำตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ค้านเขื่อนกรงปินัง ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง ละเมิดสิทธิชุมชน (70%)

รายละเอียด

ภาคประชาชน ค้านเขื่อนกรงปินัง จ.ยะลา ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง “ยุติโครงการ” ชี้ละเมิดสิทธิชุมชน และสิทธิในแม่น้ำตามกฎหมายระหว่างประเทศ เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี ร่วมกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนในอำเภอกรงปินัง และเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำปัตตานี จัดขบวนเดินเท้าคัดค้านโครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง ระหว่างวันที่ 4–5 พฤษภาคม จากชุมชนบ้านลือมุ จ.ยะลา ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งโครงการ มุ่งหน้าไปยังศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ระยะทาง 19 กิโลเมตร ข้อเรียกร้องของเครือข่ายมี 3 ข้อเรียกร้องคือ ให้ยุติโครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง และเสนอระงับโครงการต่อคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำปัตตานี รวมถึงกระทบต่อระบบนิเวศของแม่น้ำในระยะยาว นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีการยกเลิกรายงาน EIA และยกเลิกแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี ปี 2510 รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขาดการมีส่วนร่วมเครือข่ายฯ ระบุว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งจัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาที่ได้รับการว่าจ้างจากกรมชลประทาน ระหว่างปี 2560–2562 มีข้อบกพร่องสำคัญ ทั้งในด้านความครบถ้วนของข้อมูล และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยข้อมูลหลายส่วนไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ และไม่สะท้อนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของชุมชนอย่างแท้จริงชุมชนจึงเห็นว่า EIA ดังกล่าวขาดความชอบธรรม และอาจนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยไม่เป็นธรรม โครงการขนาดใหญ่ กระทบ 10 ชุมชนริมแม่น้ำโครงการประตูระบายน้ำกรงปินัง เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานีตั้งแต่ปี 2510 ต่อเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนบางลาง และเขื่อนแม่ลาน โดยมีลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ 8 บาน ความกว้าง 88 เมตร สูง 8 เมตร และยาว 80 เมตร ใช้งบประมาณ 3,565.52 ล้านบาท โครงการจะมีการปรับลำน้ำให้เป็นเส้นตรง และกั้นแม่น้ำปัตตานี ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนริมแม่น้ำอย่างน้อย 10 ชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น “สิทธิในแม่น้ำ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศซอฮาบูดิน เลาะยะพา นักปกป้องสิทธิฯ และผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี กล่าวว่า ข้อเสนอของเรามี 3 ข้อหลักๆ คือ ยุติโครงการนี้ และเปิดกระบวนการจัดการน้ำที่เคารพระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน รวมถึงต้องมีการยกเลิกรายงาน EIA และยกเลิกแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี ปี 2510 อีกด้วย โครงการดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อสิทธิของชุมชนในประเทศ แต่ยังขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม สิทธิในการดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นรวมถึงหลักการที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากลเกี่ยวกับ “สิทธิของแม่น้ำ” (Rights of Rivers) ซึ่งมองว่าแม่น้ำไม่ใช่เพียงทรัพยากรเพื่อการใช้ประโยชน์ แต่เป็นระบบนิเวศที่มีสิทธิในการดำรงอยู่ ฟื้นฟู และไหลตามธรรมชาติหลักการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มในกฎหมายระหว่างประเทศและคำวินิจฉัยในหลายประเทศ ที่ยอมรับสถานะทางกฎหมายของแม่น้ำ และเน้นให้รัฐมีหน้าที่ปกป้องระบบนิเวศควบคู่กับสิทธิของชุมชน การเดินเท้าในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารต่อสาธารณะและผู้กำหนดนโยบายว่า ชุมชนไม่ยินยอมต่อโครงการดังกล่าว และเรียกร้องให้รัฐทบทวนแนวทางการจัดการน้ำ โดยยึดหลักความเป็นธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมภาพจาก เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus