สังคม

พม. เปิดตัว "พม. CARE" ให้ประชาชนยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยุคใหม่เปิดตัวระบบ "พม. CARE" พลิกโฉมบริการสวัสดิการสังคมสู่ดิจิทัล โดยเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

พม. เปิดตัว "พม. CARE" ให้ประชาชนยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยุคใหม่เปิดตัวระบบ "พม. CARE" พลิกโฉมบริการสวัสดิการสังคมสู่ดิจิทัล โดยเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

พม. เปิดตัว "พม. CARE" ให้ประชาชนยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน (70%)

รายละเอียด

พม. เปิดตัว "พม. CARE" ให้ประชาชนยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยุคใหม่เปิดตัวระบบ “พม. CARE” พลิกโฉมบริการสวัสดิการสังคมสู่ดิจิทัล โดยเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นขอเงินสงเคราะห์ต่างๆ ได้ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้อง Infinity Ballroom โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิด โครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ “พม. CARE” โดย นายนิกร กล่าวว่า พม. ได้พัฒนาระบบการยื่น คำขอ รับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเองในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อ “พม. CARE” เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นคำขอ ติดตามสถานะและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของพม. ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลกับระบบ พม. Smart และ MSO-Logbook ของ พม. ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ แอปพลิเคชัน ThaiD และทางรัฐ ที่ร่วมกันตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การยื่นคำขอและการพิจารณาสิทธิสวัสดิการสังคม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

นายนิกร กล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองผ่านระบบอีเซอร์วิสบนโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน โดยจะได้รับบริการในช่วงเดือน มิ.ย. – ก.ค.2569 สำหรับการขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ได้แก่ 1. เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 2. เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน 3. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัว 4. เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 5. เงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และ 6. เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก กรณีไม่ถนัดการใช้สมาร์ทโฟน หรือ อยู่ในพื้นที่ห่างไกลอย่าได้เป็นกังวล เพราะได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ พม. และเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและสอนวิธีการใช้งานถึงบ้าน เพราะจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน

นายกันตพงศ์  รังษีสว่าง ปลัด พม. กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบนโยบาย พม. 8 ด้าน สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน ที่มุ่งใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ด้วยการสร้างฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบาง และเชื่อมโยงข้อมูลและสิทธิของประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้สิทธิครบ จบในระบบเดียวโดยอัตโนมัติ อีกทั้งสร้างราชการเป็นมิตรกับประชาชน ด้วยการปรับปรุงหน่วยบริการของรัฐให้เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่ม ส่งผลให้ พม. มีการพัฒนาระบบออนไลน์สำหรับการยื่น คำขอ รับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยตนเอง เรียกว่า ระบบ “พม. CARE” และมีการเปิดโครงการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อประชาชน : สื่อสารและสร้างการรับรู้ระบบ “พม. CARE” ในวันนี้ นับเป็นการปรับบทบาทของ พม. อย่างจริงจัง โดยเปลี่ยนจากผู้ให้ความช่วยเหลือไปสู่ผู้สร้างโอกาสและจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ นำไปสู่การยกระดับบริการด้านสิทธิสวัสดิการสังคมของ พม. ด้วยระบบ “พม. CARE” ที่เป็นการให้บริการผ่านช่องทางใหม่ ควบคู่กับช่องทางเดิม เพื่อรองรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กล่าวว่า ในฐานะได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้กำกับดูแลการขับเคลื่อนระบบ “พม. CARE” ร่วมกับทีมงาน พม. ซึ่งระบบ “พม. CARE” นั้น ยึดกรอบแนวคิดสำคัญคือ C = Care การดูแลเอาใจใส่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง A = Access การเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างสะดวกและเท่าเทียม R = Response การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและ E = e-Service การยกระดับการให้บริการของ พม. ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้น ระบบ “พม. CARE” จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านสังคมของภาครัฐให้มีความทันสมัย โปร่งใสและเป็นธรรม อันนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus