การเมือง

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้เอกสารประชุมปี 2567 มีชื่อ “อนุทิน” เตรียมประมวลหลักฐาน ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้เอกสารประชุมปี 2567 มีชื่อ “อนุทิน” เตรียมประมวลหลักฐาน ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง” (70%)

รายละเอียด

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

“โรม” เผย กมธ. ได้ข้อมูลใหม่ปมสอบท้องถิ่น ชี้เอกสารประชุมปี 2567 มีชื่อ “อนุทิน” เตรียมประมวลหลักฐาน ชี้หากจบแค่ข้าราชการเท่ากับ “ตัดตอนการเมือง”

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พิจารณากรณีการทุจริตการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นปี 2567-2569 หลังการประชุม รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ ให้สัมภาษณ์ว่าการประชุมวันนี้ทำให้คณะกรรมาธิการได้รับข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม และเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงกระบวนการจัดสอบ แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการยกเลิกผลการจัดจ้างของมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเดิมเป็นผู้ชนะการจัดสอบ

ก่อนหน้านี้มีการประชุมของผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อหาแนวทางยกเลิกผลการคัดเลือกมหาวิทยาลัยบูรพา โดยอ้างว่ามีผู้ร้องเรียนว่ามหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดสอบ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร จึงเป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่าเมื่อมหาวิทยาลัยบูรพาหลุดจากการรับงาน และการจัดสอบครั้งต่อมากลับเกิดปัญหาทุจริตร้ายแรงกว่าเดิม จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการยกเลิกผลผู้ชนะเดิมอาจไม่ได้มีเจตนาบริสุทธิ์ นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังได้รับเอกสาร ซึ่งเป็นหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง โดยอ้างถึงการประชุมเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 และมีการอ้างชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

เอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาที่บ่งชี้ว่า มีความพยายามผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพาพ้นจากการได้รับงาน อีกทั้งผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพาที่เข้าให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการวันนี้ ได้สะท้อนถึงพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายไม่ชอบมาพากล และเชื่อว่าปัญหาอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับข้าราชการ แต่เชื่อมโยงไปถึงระดับนโยบายทางการเมือง แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปได้ว่าอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด แต่ตนเห็นว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยบูรพา มีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นนอกเหนือจากอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ถูกดำเนินคดีอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่าจากข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับ ทำให้เห็นว่าผู้ที่มีบทบาทในการยกเลิกผลผู้ชนะของมหาวิทยาลัยบูรพา ไม่ได้มีเพียงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลระดับสูงคนอื่นเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนริศรา ซึ่งเป็นผู้ลงนามหนังสือถึงกรมบัญชีกลางและอ้างอิงผลการประชุมที่มีนายอนุทินเป็นประธาน ข้อมูลที่ได้รับจึงทำให้เชื่อว่าตัวละครในคดีนี้มีมากกว่าผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพายังได้ให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการว่ามีพฤติการณ์พยายามกดดันให้มหาวิทยาลัยดำเนินการหรือไม่ดำเนินการบางอย่าง รวมถึงยืนยันว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ผ่านบุคคลลักษณะนายหน้า อย่างไรก็ตามผู้ให้ข้อมูลยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อบุคคลดังกล่าว แต่ระบุว่าผู้เกี่ยวข้องอาจมีมากกว่ารายชื่อตัวการใหญ่ที่สังคมรับทราบกันก่อนหน้านี้

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้กรรมาธิการจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลเพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบต่อไป โดยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับในวันนี้ทำให้เห็นภาพว่าการทุจริตสอบท้องถิ่นอาจมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่อนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

“สิ่งที่เป็นคำถามสำคัญต่อไปก็คือตกลงแล้ว คุณอนุทิน ชาญวีรกูล มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ มากน้อยแค่ไหน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากที่มีการตัดตอน ม.บูรพาไปแล้ว มหากาพย์การทุจริตการสอบมันก็เกิดขึ้นตามลำดับ คำถามก็คือว่าฝ่ายการเมืองรู้แค่ไหนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้” รังสิมันต์กล่าวและทิ้งท้ายด้วยว่า

เอกสารและคำให้การที่กรรมาธิการได้รับในวันนี้ ยังระบุถึงบทบาทของผู้บริหารระดับสูงในการสั่งการให้หาแนวทางยกเลิกผลผู้ชนะของมหาวิทยาลัยบูรพา แต่บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ และยังไม่ถูกดำเนินคดีหรือออกหมายเรียกแต่อย่างใด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus