สังคม

อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว เจ๊ง มากกว่า รวย

อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว ‘เจ๊ง’ มากกว่า ‘รวย’ กำแพงค่าธรรมเนียมพุ่งสูงเกินต้าน สูบกำไรผู้ขายรายย่อยรอวันล่มสลาย

อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว เจ๊ง มากกว่า รวย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว ‘เจ๊ง’ มากกว่า ‘รวย’ กำแพงค่าธรรมเนียมพุ่งสูงเกินต้าน สูบกำไรผู้ขายรายย่อยรอวันล่มสลาย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว เจ๊ง มากกว่า รวย (70%)

รายละเอียด

“อีคอมเมิร์ซข้ามชาติ” ทำไมพ่อค้าแม่ค้าไทยขายแล้ว ‘เจ๊ง’ มากกว่า ‘รวย’ กำแพงค่าธรรมเนียมพุ่งสูงเกินต้าน สูบกำไรผู้ขายรายย่อยรอวันล่มสลายยุคที่การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติยักษ์ใหญ่กลับกำลังกลายเป็น “สมรภูมิปราบเซียน” ที่กลืนกินผู้ประกอบการไทยรายย่อย (SMEs) ไปอย่างเงียบๆ จากที่เคยคิดว่าเป็นช่องทางโกยรายได้ ปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้าไทยจำนวนมากกลับต้องหลั่งน้ำตา และยอมยกธงขาวปิดร้านหนีอะไรคือเบื้องหลังของวงจร "ขายดีจนเจ๊ง" และประเทศไทยจะมีทางออกอย่างไรกับวิกฤตกลืนชาติทางเศรษฐกิจนี้?3 มรสุมใหญ่ ทำไมขายบนแพลตฟอร์มข้ามชาติแล้วไปไม่รอด?จากการสำรวจเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทย พบว่าพวกเขากำลังเผชิญกับเกลียวคลื่นที่ไม่มีวันชนะอยู่ 3 ด้านหลักๆ1. กำแพงค่า GP และค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงเกินต้านแพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้อภินิหาร "ช้อนปลาในบ่อ" ช่วงปีแรกๆ อาจยอมขาดทุนเพื่อดึงให้คนไทยเข้ามาติดกับ แต่เมื่อผูกขาดตลาดได้แล้ว ค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็พาเหรดกันขึ้นราคา ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชัน (Commission Fee)ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน (Payment Fee)ค่าโปรแกรมส่งฟรี/ส่วนลด (Marketing Program Fee)ความจริงที่เจ็บปวด ปัจจุบันหักไปหักมา ร้านค้าอาจโดนสูบรายได้ไปสูงถึง 20-30% ต่อออเดอร์ จนแทบไม่เหลือมาร์จิ้น(Margin) ให้เป็นกำไร 2. อัลกอริทึม "ลดการมองเห็น" ถ้าไม่จ่ายค่าแอด"เปิดร้านแต่ไม่มีคนเห็น" กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ถ้าอยากได้ยอดขาย ร้านค้าจำเป็นต้องซื้อโฆษณา (Paid Ads) ภายในแอปฯ แต่ระบบมักจะปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมอยู่ตลอดเวลาเพื่อบีบให้ร้านค้าต้องถมเงินโฆษณามากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ต้นทุนจม แต่ยอดขายกลับเท่าเดิมหรือลดลง3. สงครามราคาจาก "โรงงานจีน" โดยตรงนี่คือหมัดฮุคที่แรงที่สุด แพลตฟอร์มเปิดโอกาสให้โรงงานหรือซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ (โดยเฉพาะจีน) เข้ามาตั้งร้านและส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคไทยได้โดยไม่ผ่านคนกลาง ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ผนวกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางประการ ทำให้สินค้าไทยไม่สามารถสู้ราคาได้เลยตารางเปรียบเทียบ สถานการณ์อดีต VS ปัจจุบัน ของร้านค้าไทยปัจจัยยุคทอง (อดีต)ยุคปัจจุบัน (วิกฤต)ค่าธรรมเนียมฟรี หรือ ต่ำกว่า 5%พุ่งสูง 15% - 30%การมองเห็น (Reach)เป็นไปตามธรรมชาติ(Organic) แค่ลงรูปสวยก็ขายได้ถูกปิดกั้น ต้องจ่ายค่าโฆษณา (Pay to Play) เท่านั้นคู่แข่งพ่อค้าแม่ค้าไทยด้วยกันเองโรงงานต่างประเทศรายใหญ่ ยิงตรงจากหลังบ้านผลลัพธ์กำไรเป็นกอบเป็นกำ ขยายกิจการได้ขายดีจนเหนื่อย แต่เช็คบัญชีแล้ว "ขาดทุน"ทางรอดและทางแก้ ประเทศไทยต้องขยับอย่างไร?ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวผู้ประกอบการเอง ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปตามยถากรรมได้อีกต่อไป นี่คือแนวทางการแก้ไขที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน บทบาทภาครัฐ: ต้องกางปีกป้องคนตัวเล็กควบคุมและกำกับดูแลค่าธรรมเนียม (GP): สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (TCCT) ต้องเข้ามาตรวจสอบว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มเข้าข่าย "การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม" หรือไม่ และควรมีการเพดานควบคุมขั้นสูงอุดช่องว่างทางภาษีและศุลกากร: บังคับใช้มาตรการภาษี (เช่น VAT และอากรขาเข้า) กับสินค้าข้ามชาติอย่างเข้มงวด 100% ตั้งแต่ชิ้นแรก เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการแข่งขัน (Fair Play)สร้าง National Platform หรือทางเลือกใหม่: สนับสนุนระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซของไทยเอง หรือส่งเสริมช่องทางการค้าแบบออฟไลน์ควบคู่ออนไลน์ที่ไม่โดนผูกขาดโดยกลุ่มทุนต่างชาติเดี่ยวๆปรับตัวรอด กลยุทธ์ของผู้ประกอบการไทยหนีสงครามราคาด้วย "Storytelling & Brand" หยุดขายสินค้าสำเร็จรูปที่ใครๆ ก็หาได้จากจีน แต่ต้องเน้นสร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าด้วยคุณภาพ การรับประกัน และบริการหลังการขายที่รวดเร็ว (ซึ่งร้านต่างชาติให้ไม่ได้)กระจายความเสี่ยง (Multi-channel): อย่าฝากชีวิตไว้กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง ย้ายฐานลูกค้ามายัง Owned Media ของตัวเอง เช่น Website, Line Official Account หรือหันไปทำ Content Commerce ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่ยังมีค่าส่งเสริมการมองเห็นที่ดีกว่าสมรภูมิอีคอมเมิร์ซในวันนี้ไม่ใช่พื้นที่ของ "ปลาเร็วกินปลาช้า" อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" หากปล่อยให้แพลตฟอร์มข้ามชาติสูบเม็ดเงินและบีบผู้ประกอบการไทยจนอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศจะพังทลายถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้อง "ออกกฎหมายอย่างจริงจัง" และผู้ประกอบการไทยต้อง "เลิกพึ่งน้ำบ่อเดียว" เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเบี้ยในเกมของคนอื่น มาเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus