สังคม

"ทรัมป์" ชม "นายกฯ อิตาลี" เป็นคน "ไนซ์" แต่ตำหนิไม่ช่วยสหรัฐฯ รับมืออิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี ว่าเป็น "คนอัธยาศัยดี" แต่ติว่าไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มห่างเหิน

"ทรัมป์" ชม "นายกฯ อิตาลี" เป็นคน "ไนซ์" แต่ตำหนิไม่ช่วยสหรัฐฯ รับมืออิหร่าน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี ว่าเป็น "คนอัธยาศัยดี" แต่ติว่าไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มห่างเหิน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

"ทรัมป์" ชม "นายกฯ อิตาลี" เป็นคน "ไนซ์" แต่ตำหนิไม่ช่วยสหรัฐฯ รับมืออิหร่าน (70%)

รายละเอียด

"ทรัมป์" ชม "นายกฯ อิตาลี" เป็นคน "ไนซ์" แต่ตำหนิไม่ช่วยสหรัฐฯ รับมืออิหร่าน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้ยังมองว่า "จอร์เจีย เมโลนี" นายกรัฐมนตรีอิตาลี เป็น "คนอัธยาศัยดี" แต่รู้สึกผิดหวังที่อิตาลีไม่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในการรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน พร้อมระบุว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย "แย่ลงเล็กน้อย"

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยกล่าวว่า "ความสัมพันธ์ของผมกับเธอมันเริ่มแย่นิดหน่อย ก็เพราะเธอปฏิเสธที่จะช่วยเราเรื่องอิหร่าน เธอเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันเลยทำให้ความสัมพันธ์ของเราจืดจางลงไปบ้าง แต่ผมก็ยังชอบเธอนะ ผมคิดว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นคนอัธยาศัยดีคนหนึ่งเลยล่ะ แต่ผมแค่คิดว่าในเรื่องนี้เธอทำผิดพลาดไปหน่อย"

คำกล่าวดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของข้อพิพาททางการทูตระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ก่อนหน้านี้เมโลนีจะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพันธมิตรยุโรปที่ใกล้ชิดกับทรัมป์มากที่สุด โดยเธอเป็นผู้นำยุโรปเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของทรัมป์ในปี 2568

ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของอิตาลีว่า เมโลนีเคย "ขอร้อง" ให้เขาถ่ายภาพร่วมกันระหว่างการประชุมผู้นำ G7 ที่ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม เมโลนีได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงพร้อมตอกกลับว่าทรัมป์กุเรื่องโกหกขึ้นมาเอง

ก่อนหน้านี้ เมโลนียังเคยวิจารณ์ทรัมป์กรณีโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ จากการที่พระองค์ทรงประณามสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการตำหนิรัฐบาลอิตาลีที่ไม่สนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลียังปฏิเสธไม่อนุญาตให้เครื่องบินทหารของสหรัฐฯ ลงจอดที่ฐานทัพอากาศซิโกเนลลา บนเกาะซิซิลี ก่อนเดินทางต่อไปยังตะวันออกกลาง โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐบาลอิตาลีล่วงหน้าตามขั้นตอน

ก่อนการประชุมนาโตไม่นาน ทรัมป์ยังจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลังโพสต์ภาพเมโลนีบนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล พร้อมข้อความว่า "RESTRAINING ORDER NEEDED" หรือ "ควรมีคำสั่งห้ามเข้าใกล้" ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเหน็บแนมและยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองผู้นำตึงเครียดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิตาลีเลือกที่จะไม่ตอบโต้ถ้อยคำล่าสุดของทรัมป์ โดย อันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีความประสงค์จะขยายความขัดแย้ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่า "ทรัมป์เป็นคนที่ชอบยั่วยุ โดยเฉพาะผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และอิตาลีตัดสินใจว่าจะไม่ตอบโต้คำพูดลักษณะนี้อีก"

ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเมโลนีเปิดเผยว่า เธอไม่มีแผนหลีกเลี่ยงการพบทรัมป์ระหว่างการประชุมที่กรุงอังการา และเชื่อว่าเธอสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม โดยอาจเลือกกล่าวทักทายผู้นำสหรัฐฯ "พร้อมรอยยิ้ม" เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดทางการทูต.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus