2955431
“อรรษิษฐ์-ภาสกร” รับพระราชทานเครื่องราชฯ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
สรุปสั้น
“อรรษิษฐ์-ภาสกร” รับพระราชทานเครื่องราชฯ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
ประเด็นสำคัญ
- “อรรษิษฐ์-ภาสกร” รับพระราชทานเครื่องราชฯ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
- “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดมหาดไทย และ “ภาสกร บุญญลักษม์” รองปลัด มท. เข้ารับพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ”
- เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีรับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 ซึ่งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ได้พิจารณาผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และสมควรได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ประจำปี 2567 จำนวน 18 ราย และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 จำนวน 283 ราย รวมทั้งสิ้น 301 ราย ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 39 ข ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ 2955431 (70%)
รายละเอียด
“อรรษิษฐ์-ภาสกร” รับพระราชทานเครื่องราชฯ อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
“อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดมหาดไทย และ “ภาสกร บุญญลักษม์” รองปลัด มท. เข้ารับพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ”
เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีรับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 ซึ่งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ได้พิจารณาผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และสมควรได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ประจำปี 2567 จำนวน 18 ราย และเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 ประจำปี 2567 จำนวน 283 ราย รวมทั้งสิ้น 301 ราย ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 39 ข ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569
โอกาสนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เข้ารับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ด้วยเป็นผู้ที่อุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องจนได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นที่ 1 และได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญสดุดี ชั้นที่ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้เป็นประธานกรรมการลูกเสือจังหวัด และรองประธานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติด้วยเจตนารมณ์ในการจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ และปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่กิจการลูกเสือไทย ตลอดจนเป็นขวัญและกำลังใจในการร่วมกันสืบสานอุดมการณ์และพัฒนากิจการลูกเสือให้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน สังคม และประเทศชาติสืบไป
สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่ง รามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ (The Boy Scout Citation Medal (Special Class)) เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย ลำดับเกียรติ ลำดับที่ 29 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย ในปี พ.ศ. 2454 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 5 ธันวาคม 2530 และเป็นการเสริมสร้างกำลังใจแก่ผู้อุทิศตนให้กิจการลูกเสืออย่างแท้จริง
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ มีชั้นเดียว เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินที่พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ ออกแบบโดย นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ ด้านหน้ามีลักษณะเป็นรูปไข่ พื้นลงยาสีน้ำเงิน ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 3.3 เซนติเมตร กลางดวงตรามีหน้าเสือประกอบวชิระเงินล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทอง และมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉกคั่นด้วยกระจังสีทอง เบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่งและเลข ๙ สีทอง ด้านหลังกลางดวงตราเป็นดุม พื้นลงยาสีม่วง มีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่างมีอักษรสีเงินว่า “เราจะทำนุบำรุงกิจการลูกเสือสืบไป” ที่ขอบส่วนบนของดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบสำหรับคล้องคอ ขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร มีริ้วสีเหลืองกว้าง 2.2 เซนติเมตร อยู่กลาง ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีขาวกว้าง 3 มิลลิเมตร และริ้วสีดำกว้าง 6 มิลลิเมตร
ลักษณะการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ เป็นดวงตราประดับโดยห้อยดวงตรากับแพรแถบสวมคอเช่นเดียวกันทั้งบุรุษและสตรี หากประดับกับเครื่องแบบเต็มยศหรือครึ่งยศ จะสวมคอโดยให้แพรแถบลอดออกใต้ปกเสื้อตัวในทับผ้าผูกคอ ให้ส่วนสูงสุดของดวงตราจรดเงื่อนผ้าผูกคอ แต่หากประดับกับเครื่องแบบลูกเสือจะสวมคอโดยให้แพรแถบลอดออกจากใต้ผ้าผูกคอ.