สังคม

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

“แสวง” ยันไม่เสียกำลังใจ หลังมีข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ชูก้าวสู่ 29 ปี กกต. เดินหน้ายกระดับเลือกตั้งด้วยดิจิทัล เปิดข้อมูลรับฟังประชาชนมากขึ้น

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“แสวง” ยันไม่เสียกำลังใจ หลังมีข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ชูก้าวสู่ 29 ปี กกต. เดินหน้ายกระดับเลือกตั้งด้วยดิจิทัล เปิดข้อมูลรับฟังประชาชนมากขึ้น

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. (70%)

รายละเอียด

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

“แสวง” ยันไม่เสียกำลังใจ หลังมีข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ชูก้าวสู่ 29 ปี กกต. เดินหน้ายกระดับเลือกตั้งด้วยดิจิทัล เปิดข้อมูลรับฟังประชาชนมากขึ้น

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปผลงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องในโอกาสสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครบรอบ 28 ปี ภายใต้แนวคิด “การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม” ว่า การแถลงครั้งนี้ไม่ใช่การรายงานผลงานที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนถึงสิ่งที่สังคมจะได้เห็นจาก กกต. นับจากนี้เป็นต้นไป

นายแสวง กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และประชาชนทั่วประเทศ ที่ร่วมสนับสนุนการทำงานของ กกต. ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา จนสามารถร่วมกันขับเคลื่อนและธำรงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยทุกความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการตรวจสอบจากสังคม ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้การจัดการเลือกตั้งของประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้ กกต. สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายแสวง  กล่าวว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อองค์กรภาครัฐไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็นกระบวนการเลือกตั้งที่มีความโปร่งใส รวดเร็ว สะดวก ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย และสามารถตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งได้อย่างแท้จริง

กกต. ตระหนักดีว่าความสำเร็จขององค์กรในอนาคตไม่ได้วัดจากจำนวนการเลือกตั้งที่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งและระบบประชาธิปไตยโดยรวม

นายแสวง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กกต. ได้จัดการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชน และเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย

การปฏิบัติภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงยึดหลักการ 28 ปี การเลือกตั้งที่เป็นกลาง โปร่งใส เที่ยงธรรม และมีส่วนร่วม ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการทำงานที่ผ่านมา และเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาองค์กรสู่อนาคต

นายแสวง กล่าวอีกว่า แม้ภารกิจหลักของ กกต. จะยังคงเดิม แต่บริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชน การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และความคาดหวังของสังคมที่มีต่อองค์กรภาครัฐ ส่งผลให้ กกต. จำเป็นต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จัดการเลือกตั้ง ไปสู่องค์กรที่สร้างและขับเคลื่อนความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดังนั้น กกต. จึงกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งความเชื่อมั่นทางประชาธิปไตยในยุคดิจิทัล ภายใต้หลักสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้

ด้านแรก คือ การยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การบริหารจัดการเลือกตั้งมีความถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอน ลดความผิดพลาด และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของ กกต. ได้ทุกที่ทุกเวลา

ด้านที่สอง คือ การเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น สื่อสารกับประชาชนมากขึ้น และรับฟังเสียงของประชาชนมากขึ้น โดยจะพัฒนาระบบข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและพัฒนากระบวนการเลือกตั้งร่วมกัน รวมถึงการจัดกิจกรรม “คิดก่อนแชร์” เพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารในยุคดิจิทัล และลดการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในช่วงการเลือกตั้ง

ด้านที่สาม คือ การพัฒนาระบบกำกับดูแลทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นธรรม โดยนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน การตรวจสอบค่าใช้จ่ายทางการเมือง และการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาคและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

ด้านที่สี่ คือ การสร้างพลเมืองประชาธิปไตยยุคใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนส่งเสริมหน้าที่พลเมืองให้กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเยาวชนและคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ส่วนด้านที่ห้า คือ การปรับองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลสมรรถนะสูง ด้วยการทบทวนกระบวนการทำงาน ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล รวมถึงนำระบบบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแสวง กล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งที่ดีไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ขณะที่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ทุกกระบวนการมีความโปร่งใส และทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม

เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 29 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และพร้อมปรับตัวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ทันสมัย โปร่งใส และใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งและการทำงานของ กกต. ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบไป

เมื่อถามว่าการปรับตัวของ กกต. หลังจากนี้จะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นมากขึ้น นายแสวงกล่าวว่า  จากสโลแกนสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งมาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งของสหประชาชาติ ถือเป็นฐานขั้นต่ำของระบอบประชาธิปไตย ทุกชาติทุกการเลือกตั้งต้องมีขั้นต่ำแบบนี้ และเราพยายามที่จะให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนทำหน้าที่ไปตามสโลแกนนี้  ตนสามารถยืนยันแทนพนักงานได้เลยว่าเราจะไม่มีข่าวเรื่องทุจริต และเราจะทำให้ทุกอย่างเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยู่ในแผนงานโครงการที่กำลังเสนอต่อ กกต. ให้ความเห็นชอบ

สำหรับการที่แถลงว่า สำนักงานกกต. พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่เพจประชาสัมพันธ์ทางเฟซบุ๊กของ กกต.ยังคงปิดคอมเมนต์ มีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเปิดหรือไม่ นายแสวงระบุว่า ตนอยากให้เปิดแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือคอนเทนต์ส่วนใหญ่เป็นการด่าหยาบคายไม่ใช่การตำหนิหรือเสนอแนะ หากเป็นการติเตือน กกต. พร้อมรับฟังและนำไปพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนี้ในระบอบประชาธิปไตย แต่รับปากว่าอาจจะลองกลับไปเปิดคอมเมนต์อีกครั้ง จะลองดูว่าจะทนคำด่าทอได้นานแค่ไหน

นายแสวง ได้ยกตัวอย่างกรณีที่เมื่อวานมีผู้นำคำพูดของตนไปขยายความว่า กกต. โยนภาระให้ประชาชนรับผิดชอบการเลือกตั้ง แต่จริง ๆ ตนต้องการเชิญชวน เพราะความโปร่งใสต้องมาพร้อมกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ตนไม่ได้บอกว่ากกต.ไม่ทำหน้าที่ อย่างไรก็ต้องทำหน้าที่ แต่อยากให้ประชาชนแสดงความเป็นเจ้าของประเทศ เราทำงานให้ประชาชน แม้แต่ประเทศอื่น ๆ ประชาชนก็เข้ามามีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งทุกขั้นตอน ช่วยกันเฝ้าระวังและดูแล แม้ต่อให้ประชาชนไม่ดูแลเราก็ต้องทำหน้าที่

ส่วนผลการสอบสวนคดีทุจริตเลือกตั้ง กว่า 2,000 เรื่อง จะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จภายในปีนี้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ที่ผ่านมา กกต. ถูกตำหนิจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อย่างที่ตนบอกว่า ประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงาน เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายได้ทันที แต่ถ้าเรื่องมันผ่านมาแล้วเหลือแต่พยานบุคคล หลักฐานก็หายาก นี่คือความยากของกระบวนการการสืบสวนสอบสวน ดังนั้นจึงต้องใช้เวลา

นายแสวง ย้ำว่า เราไม่อยากโยนภาระ แต่เมื่อประชาชนเลือกตั้งแล้วกลับบ้าน สุดท้ายเกิดความสงสัยและมีการกล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส หากเราอยากเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นก็ควรมาสังเกตการณ์ ช่วยกันจับตาดู จะไม่ดีกว่าหรือ ซึ่งเราก็ยินดีและสนับสนุนให้มาดูอยู่แล้ว นั่นคือการแสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งตนยืนยันว่าระบบเลือกตั้งที่ออกแบบมามันโปร่งใสดีอยู่แล้ว ก็ต้องมาช่วยกันตรวจสอบเรื่องคนด้วย ระบบดี คนในระบบก็ต้องดีด้วย

นายแสวง ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลงานรายปี ในขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงาน ว่า ประธาน กกต. ได้พูดไปหมดแล้ว ซึ่งตนไม่มีคำตอบอะไร เพราะเป็นขั้นตอนของกรรมการ หากตนจะบอกได้ ก็คงบอกได้แค่ว่า รู้สึกดีๆ กับการทำงานกับ กกต. ทุกชุดที่ผ่านมา ยังรู้สึกดีๆ แค่นั้นเอง

ส่วนที่ข่าวเรื่องการประเมินออกมาจะกระทบต่อกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายแสวง ยืนยันว่าไม่กระทบอะไรและเราไม่มีความเห็นอะไร เพราะเป็นเรื่องของสัญญา เพราะตอนนี้ยังพูดเรื่องกฎหมายอยู่ และขออย่ามองว่าเราทำเต็มที่หรือไม่ แต่เราพยายามทำดีที่สุด ซึ่งบริบทและองค์ประกอบเป็นแบบนั้น ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่เสียกำลังใจ ยังรู้สึกดีกับทุกอย่างที่นี่

เมื่อถามว่าภูมิใจอะไรมากที่สุด นายแสวง ตอบเพียงแค่ว่า อย่าเพิ่งดีกว่าครับ ก่อนทิ้งท้ายว่า “ผมภูมิใจที่เป็นคน กกต.”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus