สังคม

พบระเบิดแสวงเครื่อง ดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชา ขวางวางรั้วลวดหนาม

สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาล่าสุด ทหารไทยตรวจพบ การวางทุ่นระเบิดแสวงเครื่องดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชาขัดขวางวางรั้วลวดหนาม ฝ่ายความมั่นคงถ่ายภาพหลักฐาน เตรียมยื่น AOT ประท้วง

พบระเบิดแสวงเครื่อง ดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชา ขวางวางรั้วลวดหนาม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาล่าสุด ทหารไทยตรวจพบ การวางทุ่นระเบิดแสวงเครื่องดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชาขัดขวางวางรั้วลวดหนาม ฝ่ายความมั่นคงถ่ายภาพหลักฐาน เตรียมยื่น AOT ประท้วง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

พบระเบิดแสวงเครื่อง ดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชา ขวางวางรั้วลวดหนาม (70%)

รายละเอียด

พบระเบิดแสวงเครื่อง ดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชา ขวางวางรั้วลวดหนาม

สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาล่าสุด ทหารไทยตรวจพบ การวางทุ่นระเบิดแสวงเครื่องดักรถถังที่ “ช่องบก” ทหารกัมพูชาขัดขวางวางรั้วลวดหนาม ฝ่ายความมั่นคงถ่ายภาพหลักฐาน เตรียมยื่น AOT ประท้วง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. 2569 รายงานข่าวจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) เปิดเผยว่า หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ได้ตรวจพบการวางทุ่นระเบิดดักรถถังชนิดแสวงเครื่อง โดยกำลังทหารกัมพูชา ในแนวการวางกำลังของฝ่ายตนเอง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเนิน 745 พื้นที่ช่องบก

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยสามารถบันทึกภาพทุ่นระเบิดดังกล่าวได้ จากแนวพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า หน่วยที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการประท้วงในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งนำเรื่องเข้าสู่กลไกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ต่อไป เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ทหารกัมพูชาพยายามขัดขวางการวางลวดหนาม

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันนี้ กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นายพร้อมอาวุธ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเข้มงวด

โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กำลังของทั้งสองฝ่ายวางอยู่ใกล้ชิดกัน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus