“อนุทิน” ย้ำคดีเขากระโดง อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
“อนุทิน” เผยงบประมาณ 2570 มากกว่าปีก่อน 7,000 ล้าน กำชับต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ปม “เสรีพิศุทธ์” บุกหน้าบ้าน “เนวิน” ย้ำ คดีเขากระโดงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
สรุปสั้น
“อนุทิน” เผยงบประมาณ 2570 มากกว่าปีก่อน 7,000 ล้าน กำชับต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ปม “เสรีพิศุทธ์” บุกหน้าบ้าน “เนวิน” ย้ำ คดีเขากระโดงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ “อนุทิน” ย้ำคดีเขากระโดง อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย (70%)
รายละเอียด
“อนุทิน” ย้ำคดีเขากระโดง อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
“อนุทิน” เผยงบประมาณ 2570 มากกว่าปีก่อน 7,000 ล้าน กำชับต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ปม “เสรีพิศุทธ์” บุกหน้าบ้าน “เนวิน” ย้ำ คดีเขากระโดงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ช่วงเช้าได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีขึ้นไปพูดคุยที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพราะไปภารกิจต่างประเทศ 2 สัปดาห์ การประชุม ครม. วันนี้ก็มีเรื่องงบประมาณที่จะผ่านความเห็นชอบและเสนอต่อรัฐสภา จึงให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณมาสรุปให้รองนายกรัฐมนตรีทุกคนได้รับทราบ ทุกอย่างก็เป็นไปตามกรอบของวงเงินงบประมาณ โดย ปีนี้ (2570) มากกว่าปีที่แล้วเพียง 7,000 ล้านบาท จึงต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และกระจายไปให้ทั่วถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และไปถึงหน้าบ้าน น ายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมายกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ แต่เรื่องเขากระโดง หรือคดีฮั้วเลือก สว. อยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คำพิพากษาทั้งหลายถ้าออกมาทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หรือจะไปฝ่าฝืนกฎหมายได้เป็นอันขาด
เมื่อถามว่ากระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าการทวงคืนพื้นที่ทีละแปลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เขาคงรายงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ส่วนของกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดินก็รายงานมาโดยตลอดว่ามันไม่ได้ผูกพันคำพิพากษา ที่คนพยายามพูดและไปชี้นำให้สาธารณะเชื่อถือ คำพิพากษามันผูกพันรายแปลง ซึ่งคำพิพากษาที่ออกมานั้น ความจริงคือชาวบ้านฟ้องการรถไฟฯ ให้ออกโฉนด แล้วศาลบอกว่าไม่ให้ออกโฉนด อย่างนั้นจะไปทึกทักว่าแปลงอื่นเถื่อนไปหมดมันก็ไม่ใช่ การรถไฟฯ ต้องฟ้องรายแปลงไป ซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่ และถ้าศาลมีคำวินิจฉัยทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีใครจะฝ่าฝืนไปได้.