สังคม

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด (70%)

รายละเอียด

เจาะลึกทำไมเสียง ASMR ตอนกิน และทำอาหาร บางครั้งถึงช่วยฮีลใจคน Burnout ได้ดีกว่าเพลงบำบัด

เคยไหม ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานจนสมองตื้อ ขยับตัวแทบไม่ไหว แต่พอได้เปิดคลิปคนกำลังใช้มีดสับผักจังหวะสม่ำเสมอ หรือเสียงเคี้ยวไก่ทอดกรอบๆ ฟังแล้วกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และในหลายครั้ง เสียง ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) ประเภทอาหารเหล่านี้ สามารถเยียวยาคนที่มีภาวะ Burnout หรือหมดไฟได้ดีเยี่ยม จนบางครั้งแซงหน้าเพลงบำบัดคลื่นเสียงความถี่สูงเสียด้วยซ้ำ

เมื่อสมองล้าเกินกว่าจะ "ตีความ" อารมณ์ในเสียงเพลง

สาเหตุหลักที่ทำให้เพลงบำบัด หรือเพลงบรรเทาความเครียดดนตรีบำบัดบางประเภทไม่ได้ผลกับคนหมดไฟ เป็นเพราะ "เพลง" ยังคงต้องการการประมวลผลทางอารมณ์ สมองต้องคอยตีความท่วงทำนอง จังหวะ หรือแม้แต่ความทรงจำที่พ่วงมากับแนวเพลงนั้นๆ

แต่สำหรับคน Burnout สมองส่วนหน้าทำงานหนักจนโอเวอร์โหลด การฟังเพลงจึงอาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้สมองโดยไม่รู้ตัว ในทางตรงกันข้าม เสียง ASMR ตอนกินและทำอาหารจัดเป็น "เสียงสีขาว" (White Noise/Pink Noise) ในรูปแบบธรรมชาติ เป็นเสียงที่ไม่มีแพทเทิร์นซับซ้อน ไม่ต้องใช้สมองคิดตาม ทำให้ระบบประสาทได้เข้าสู่โหมด "พักผ่อน" อย่างแท้จริง

เสียงทำอาหาร คือ เทคนิคดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน

ทางจิตวิทยา เมื่อเราเครียดหรือหมดไฟ จิตใจมักจะฟุ้งซ่าน คิดถึงแต่อดีตที่ผิดพลาดหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เสียงจากการทำอาหาร เช่น

เสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ ในหม้อ เสียงของทอดสู้กับน้ำมันในกระทะ

เสียงเหล่านี้มีความนุ่มนวลและคาดเดาได้ จิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Grounding Effect หรือการดึงสติและประสาทสัมผัสของเราให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันทีละขณะ เสียงที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยหลอกสมองว่า "ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว" และช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ลงได้อย่างรวดเร็ว

เสียงกิน คือ กระตุ้นสัญชาตญาณความสุขและการรอดชีวิต

เสียงเคี้ยวกรุบกรอบ เสียงกลืน หรือเสียงความฉ่ำของอาหาร เป็นเสียงที่เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ ตั้งแต่ยุคโบราณ อาหารคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และการรอดชีวิต เมื่อสมองได้ยินเสียงการกินที่เอร็ดอร่อย มันจะกระตุ้นศูนย์ควบคุมความสุขในสมองให้หลั่งสาร โดปามีน และเซโรโทนิน ออกมา

นอกจากนี้ สำหรับคนที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว หรือแยกตัวจากสังคมเพราะความเหนื่อยล้า เสียง Eating ASMR ยังช่วยเติมเต็มความรู้สึกเหงา ลบความรู้สึกโดดเดี่ยว และสร้างบรรยากาศเหมือนมีเพื่อนร่วมนั่งทานอาหารอยู่ข้างๆ โดยที่เราไม่ต้องพยายามฝืนเข้าสังคมให้เหนื่อยพลังชีวิตเพิ่มขึ้น

เพลงบำบัดทำหน้าที่เหมือน "ยาบำรุง" ที่ชวนให้จิตใจล่องลอยและเยียวยาด้วยท่วงทำนอง แต่ ASMR ตอนกินและทำอาหาร ทำหน้าที่เหมือน "การนวดสมอง" เป็นเสียงดิบๆ จากธรรมชาติที่ไม่เรียกร้องความสนใจ ไม่ต้องการความเข้าใจ แค่ปล่อยให้เสียงทำหน้าที่สลายความฟุ้งซ่าน และคืนความสงบให้สมองได้รีเซ็ตตัวเองอีกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus