สังคม

EasyJet ตกลงขายกิจการให้บริษัทสหรัฐฯ มูลค่า 5.7 พันล้านปอนด์

EasyJet ตกลงขายกิจการให้แก่บริษัท อะพอลโล ของสหรัฐฯ ในราคา 5.7 พันล้านปอนด์ หลังจากบริษัทคู่แข่งอีกรายตัดสินใจถอนตัวออกไป

EasyJet ตกลงขายกิจการให้บริษัทสหรัฐฯ มูลค่า 5.7 พันล้านปอนด์
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

EasyJet ตกลงขายกิจการให้แก่บริษัท อะพอลโล ของสหรัฐฯ ในราคา 5.7 พันล้านปอนด์ หลังจากบริษัทคู่แข่งอีกรายตัดสินใจถอนตัวออกไป

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

EasyJet ตกลงขายกิจการให้บริษัทสหรัฐฯ มูลค่า 5.7 พันล้านปอนด์ (70%)

รายละเอียด

EasyJet ตกลงขายกิจการให้บริษัทสหรัฐฯ มูลค่า 5.7 พันล้านปอนด์

EasyJet ตกลงขายกิจการให้แก่บริษัท อะพอลโล ของสหรัฐฯ ในราคา 5.7 พันล้านปอนด์ หลังจากบริษัทคู่แข่งอีกรายตัดสินใจถอนตัวออกไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 ส.ค. 2569 ว่า อีซี่เจ็ต (EasyJet) สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติอังกฤษ ตกลงขายกิจการให้แก่ “อะพอลโล” (Apollo) บริษัทการลงทุนจากสหรัฐฯ แล้ว ภายใต้ข้อตกลงมูลค่า 5.7 พันล้านปอนด์ หลังจากบริษัทคู่แข่งถอนตัวจากการเสนอราคา

ข้อตกลงซื้อขายดังกล่าวบรรลุผลหลังจาก “แคสเซิลเลก” (Castlelake) บริษัทการลงทุนจากสหรัฐฯ อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยยื่นข้อเสนอซื้อสายการบินดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ได้ประกาศถอนตัวจากศึกการประมูล

อะพอลโลระบุว่า บริษัทไม่มีแผนที่จะตัดลดตำแหน่งงานใดๆ ภายในช่วง 12 เดือนแรกหลังจากกระบวนการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น ซึ่งหมายความว่าผู้โดยสารยังคงสามารถคาดหวังคุณภาพการบริการที่ใกล้เคียงเดิมได้

ทั้งนี้ อีซี่เจ็ตเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีพนักงานมากกว่า 19,000 คน และให้บริการเส้นทางบินราว 1,200 เส้นทาง ครอบคลุม 35 ประเทศทั่วยุโรป

อีซี่เจ็ต ก่อตั้งขึ้นโดย เซอร์ สเตลิโอส ฮาจิ-ไอโออันนู ในปี 2538 เพื่อให้บริการตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดจากสหราชอาณาจักรไปยังยุโรป โดยเที่ยวบินแรกเริ่มออกเดินทางในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน จากท่าอากาศยานลูตันไปยังกลาสโกว์และเอดินบะระ ก่อนจะเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศครั้งแรกในปีถัดมา

ปัจจุบัน เซอร์ สเตลิโอส และครอบครัวยังคงถือหุ้นในธุรกิจนี้อยู่ราว 15% โดยเขายืนยันให้การสนับสนุนแผนการของอะพอลโลในการขับเคลื่อนสายการบินแห่งนี้ “เพื่อสร้างการเติบโตที่มากยิ่งขึ้น”

“ผมและครอบครัวตั้งใจที่จะยังคงลงทุนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ระยะยาวของอีซี่เจ็ตต่อไป สำหรับบทใหม่ในการเดินทางของบริษัท” เซอร์ สเตลิโอส ระบุในแถลงการณ์

อนึ่ง อนาคตเรื่องผู้ถือหุ้นของอีซี่เจ็ตเผชิญกับความไม่แน่นอนมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เมื่อมีข่าวว่า แคสเซิลเลกกำลังพิจารณาซื้อสายการบินแห่งนี้ โดยในช่วงแรกพวกเขาถูกปฏิเสธหลายครั้งเนื่องจากเสนอราคาต่ำเกินไป

กระทั่งช่วงต้นเดือนกรกฎาคม อีซี่เจ็ตและแคสเซิลเลกได้บรรลุหลักการข้อตกลงร่วมกัน แต่จู่ๆ อะพอลโล ซึ่งเป็นเจ้าของ เดอะ เรสเตอรองต์ กรุ๊ป (The Restaurant Group) บริษัทแม่ของร้านอาหารเอเชียระดับโลกอย่าง “วากามามะ” (Wagamama) ก็ได้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอที่สูงกว่า

ภายใต้ข้อเสนอของอะพอลโล ผู้ถือหุ้นของอีซี่เจ็ตจะได้รับเงินมูลค่า 7.15 ปอนด์ต่อหุ้น พร้อมยืนยันว่า อะพอลโล “ให้การสนับสนุนอย่างยิ่ง” ต่อยุทธศาสตร์เดิมของอีซี่เจ็ต

ตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) กำหนดให้เจ้าของสายการบินใน EU ต้องมีผู้ถือหุ้นหลักอยู่ในสหภาพยุโรป ซึ่งคาดว่าทางอะพอลโลจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ได้ โดยให้ครอบครัวฮาจิ-ไอโออันนู และผู้ถือหุ้นรายอื่นที่มีฐานอยู่ใน EU ถือหุ้นรวมกันประมาณครึ่งหนึ่งของธุรกิจ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus