จับแก๊งโยง “มีนา” ผัวเมียจัดส่งพัสดุ ซุก “ผงขาว” ในกระเป๋า มีอีกเคสแอร์สาว หิ้ว 20 โลไปออสซี
ป.ป.ส.แฉเคยจับแอร์โฮสเตสสาวที่แปดริ้วซุกผง 20 กก. ไปออสเตรเลีย เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เชื่อเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งให้ “มีนา” ส่วนเคส “มีนา” พบผู้จะมารับของปลายทางชื่อ “เดียร์”
สรุปสั้น
ป.ป.ส.แฉเคยจับแอร์โฮสเตสสาวที่แปดริ้วซุกผง 20 กก. ไปออสเตรเลีย เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เชื่อเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งให้ “มีนา” ส่วนเคส “มีนา” พบผู้จะมารับของปลายทางชื่อ “เดียร์”
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ จับแก๊งโยง “มีนา” ผัวเมียจัดส่งพัสดุ ซุก “ผงขาว” ในกระเป๋า มีอีกเคสแอร์สาว หิ้ว 20 โลไปออสซี (70%)
รายละเอียด
ป.ป.ส.แฉเคยจับแอร์โฮสเตสสาวที่แปดริ้วซุกผง 20 กก. ไปออสเตรเลีย เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เชื่อเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งให้ “มีนา” ส่วนเคส “มีนา” พบผู้จะมารับของปลายทางชื่อ “เดียร์” เผยมีนาแชตคุยกับผู้ว่าจ้างหิ้วตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ด้านเฟซอวตาร “Rose Rose” ตำรวจเร่งแกะรอย ชี้เครือข่ายยาอีสานชอบซุกผงไว้กับผ้า เคสซอยรางน้ำที่ จนท.บุกล็อกพร้อมกันกับที่รามคำแหง เมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ค. พบเฮโรอีน9.98 กก. ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาวปลายทางส่งออสเตรเลีย มีแอร์โฮสเตสเป็นผู้จ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วไปแดนจิงโจ้ ส่วนที่รามคำแหงพบเฮโรอีน 6.23 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพูเตรียมส่งไต้หวัน ป.ป.ส.เตรียมประสาน DSI รับเป็นคดีพิเศษ ขณะที่ ป.ป.ส.ผนึกกำลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.เลย จับผัวไทยเมียลาวส่งพัสดุให้ “มีนา” นำตัวเค้นสอบปากคำหนักความคืบหน้าการติดตามกระชากหน้ากากขบวนการค้ายาเสพติด ที่ล่าสุดทางการออสเตรเลียมีผลสืบสวนคืบหน้า จนพบชื่อผู้ที่จะมารับของจาก น.ส.มีนา ที่ปลายทางแล้ว ขณะที่ ป.ป.ส.เปิดโปงจับแอร์โฮสเตสสาวที่ “แปดริ้ว” เตรียมหิ้วผง 20 กก.ออกนอกประเทศ โดยจับได้ก่อนขึ้นเครื่อง ส่วนปฏิบัติการล่าแก๊งค้าเฮโรอีนที่ซอยรางน้ำ พบซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาวกับในห่อกาแฟรวม 9.98 กก. ปลายทางคือออสเตรเลีย อีกรายพบที่ย่านรามคำแหงซุกในเสื้อ ผ้าชุดไทยเตรียมนำส่งไปไต้หวันเผยหญิงชื่อ “เดียร์” รอรับของปลายทางเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 ก.ค. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงคดี น.ส.มีนา ว่าหลังจากสำนักงาน ป.ป.ส.พูดคุยหารือกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เมื่อวันที่ 1 ก.ค.แลกเปลี่ยนข้อมูลให้เบาะแส พบเบาะแสชื่อผู้รับพัสดุปลายทาง ที่ น.ส.มีนาให้การไว้กับตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่าเมื่อ น.ส.มีนาหิ้วสินค้าไปถึงออสเตรเลียแล้ว จะมีหญิงชื่อ “เดียร์” มารอรับของที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ น.ส.มีนาต้องไปส่งพัสดุถึงมือผู้รับเลย ยังไม่มีข้อมูลยืนยันมา เพราะเจ้าตัวถูกจับก่อน และคนชื่อ “เดียร์” จะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ทางการออสเตรเลียไม่ได้แจ้งข้อมูล ขณะนี้มีการนำโทรศัพท์ของ น.ส.มีนาไปตรวจสอบขยายผล ส่วนเรื่องการแกะรอยบัญชีเฟซบุ๊กอวตาร์ ชื่อ “Rose Rose” ได้ประสานสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ประจำประเทศไทยให้ช่วยดำเนินการไล่ตรวจสอบวงจรปิดย่านคอนโดฯมีนานายคณิศร กล่าวด้วยว่า ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกมุม ตลอดเส้นทางแถวคอนโดฯที่พักของ น.ส.มีนา ดูว่าบุคคลที่นำกล่องพัสดุยาเสพติดมาส่งให้ น.ส.มีนาที่คอนโดฯคือใคร เบื้องต้นพบคนที่ขับรถเก๋งนำพัสดุมาส่งที่คอนโดฯ เป็นผู้ชายใส่เสื้อฮู้ดสีดำ ยกลังออกจากท้ายกระโปรงรถนำส่งให้ จนท.รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ และ จนท.ได้จดข้อความใส่สมุดรายงานว่า พัสดุดังกล่าวถูกนำส่งโดยพนักงานแกร็บ จึงยังไม่ชัดเจนว่าชายรายนี้เป็นพนักงานขนส่งพัสดุของบริษัทดังกล่าวจริงๆ หรือเป็นการแอบอ้าง และกล่องพัสดุที่พบในห้อง น.ส.มีนาระบุเพียงชื่อนาม-สกุล น.ส.มีนา แต่ชื่อ-สกุลของผู้ส่งไม่มี จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าพัสดุยาเสพติดนี้ ถูกส่งมาจากภาคเหนือหรือภาคอีสานแก๊งยาดัดแปลงซุกผงในพรมเช็ดเท้าผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด กล่าวต่อว่า ในทางการข่าวยังสืบสวนพบว่า มีลักษณะการซุกซ่อนยาเสพติดคล้ายกับกรณี น.ส.มีนา โดยเฉพาะเฮโรอีนที่ซุกซ่อนดัดแปลงทำเป็นแผ่นบางๆ แนบไปกับเสื้อผ้า พบว่า มีกลุ่มที่ลักลอบค้าลักษณะนี้มาจากภาคอีสานของไทยหรือฝั่งลาว ก่อนเข้ามายังกรุงเทพฯชั้นใน เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง ตอนนี้พบเครือข่ายบ้างแล้ว การข่าวยังพบร่องรอยสิ่งห่อหุ้มหีบห่อบรรจุภัณฑ์ของยาเสพติด มีการนำเฮโรอีนมาปรับเปลี่ยนแปลงสภาพให้บางที่สุด เพื่อซุกซ่อนในเสื้อผ้าหรือพรมเช็ดเท้า ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนเครือข่ายที่มาจากภาคอีสาน 2 เครือข่าย คาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน จะอยู่แนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนพื้นที่แหล่งพักยาของ 2 เครือข่ายนี้ มักจะพักอยู่ในกรุงเทพฯชั้นในและปริมณฑลยังไม่ชัดต้นตอผงเคส “มีนา” จากไหนเมื่อถามว่า เคยพบคดีที่มีการใช้กระเป๋าผ้าลายปักรูปช้าง สินค้า OTOP ของไทยซุกซ่อนยาเสพติดและนำส่งผ่านลูกเรือสายการบินเพื่อไปยังประเทศออสเตรเลียหรือไม่ นายคณิศรกล่าวว่า ที่เคยจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าแบบชนเผ่าหรือทำเป็นพรมเช็ดเท้า กรณีของ น.ส.มีนา ถูกดัดแปลงทำเป็นลายปักรูปช้างไทย ลักษณะเนื้อผ้าจะบ่งชี้ได้ว่า จัดทำโดยประเทศเพื่อนบ้านหรือเป็นงานฝีมือคนไทย ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ชัดได้ว่า ต้นตอเฮโรอีนคดี น.ส.มีนา มาจากภาคเหนือหรือภาคอีสาน เพราะเจอแค่กล่องพัสดุต้องสงสัยและคนขับรถเก๋งที่เข้าไปส่งกล่องพัสดุดังกล่าวที่ยังไม่ได้เข้าพบให้ข้อมูล ส่วนเมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เปิดปฏิบัติการขยายผลตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดแถวซอยรางน้ำ ไม่เกี่ยวกับกรณี น.ส.มีนา เป็นการปูพรมตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดปฏิบัติการ “รางน้ำ” ไม่เกี่ยวคดีมีนาขณะที่ น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส.เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ พบเป็นเครือข่ายยาเสพติด ที่มีต้นตอมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำประเทศเพื่อนบ้าน คดีดังกล่าวเป็นเพียงคดีทั่วไป ยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี น.ส.มีนาโดยตรง ป.ป.ส.กำลังเร่งขยายผลขบวนการนี้ในอีกหลายส่วน คาดว่า 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจน ส่วนกรณีรถยนต์ต้องสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุยาเสพติด มั่นใจว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก แม้เจ้าตัวจะไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามตัวมาสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้อย่างแน่นอนสังคมกังขาทำไมไว้ใจเฟซอวตารสำหรับเป้าหมายสำคัญของการขยายผลภายใน 1-2 วันนี้ น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า คือ การตัดวงจรและหาเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศปลายทางออสเตรเลีย พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ จะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” หรือคนวิ่งของ คอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ ก่อนส่งออกนอกประเทศ ป.ป.ส.ทราบข้อมูลและเส้นทางบางส่วนแล้ว ทั้งทราบตัวกลุ่มผู้ร่วมขบวนการและผู้รับปลายทางในออสเตรเลีย ข้อมูลทั้งหมดจะนำไปต่อจิ๊กซอว์ร่วมกับทางการออสเตรเลียต่อไป ส่วนที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด น.ส.มีนาจึงหลงเชื่อไว้ใจเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ “Rose Rose” จนยอมรับหิ้วของข้ามประเทศ ผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดคือตัว น.ส.มีนา ขณะนี้ทางการออสเตรเลียกำลังอยู่ระหว่างสรุปและรวบรวมคำให้การส่งมาให้ ป.ป.ส.เผยมีนาแชตคุยคนจ้างหิ้วต้น มิ.ย.รองเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ป.ป.ส.ทราบแหล่งที่มาของขบวนการยาเสพติดและกระเป๋าผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดีของแอร์สาวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ยืนยันเพียงว่ามีต้นทางมาจากต่างประเทศแน่นอน จะเป็นพื้นที่ใดอยู่ระหว่างไล่เส้นทาง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางลำเลียงหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ จ.กาญจนบุรี ขบวนการมักใช้ไทยเป็นจุดบรรจุและเปลี่ยนพัสดุภัณฑ์ ก่อนส่งต่อไปถึงมือ น.ส.มีนา ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับพัสดุที่ถูกนำมาส่งและการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างนั้น จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของนิติบุคคล พบว่าพัสดุต้องสงสัยถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ขณะที่แอร์สาว แชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. มีการพูดคุยต่อเนื่องก่อนตกลงทำธุรกิจร่วมกันและนัดให้นำพัสดุมาส่งในวันที่ 22 มิ.ย. คาดว่าแอร์สาวน่าจะมีความสับสนเรื่องวันและให้การกับทางการออสเตรเลียว่าเป็นการรับงานลักษณะนี้ครั้งแรก แต่จากข้อมูลพบว่าการเดินทางเข้า-ออก ออสเตรเลียครั้งล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 14 ต้องตรวจสอบว่าคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานหรือไม่aได้เบาะแสเจ้าของผงขาวอยู่ ปท.เพื่อนบ้านบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. น.ส.ขวัญกมล ศรีชัยวรรณ รักษาการตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนเชี่ยวชาญ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า หลังเกิดคดีของ น.ส.มีนา ได้ทำข้อมูลการข่าวในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดไปยังออสเตรเลียและขยายผลมาเรื่อยๆ เพราะเข้าใจว่าเครือข่ายที่กำลังสืบสวนอยู่นั้น มีประวัติเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2568 กระทั่งวันที่ 30 มิ.ย.พบกลุ่มเครือข่ายขบวนการส่งพัสดุมายังพื้นที่ กทม. แถวบางเขน หลักสี่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ไปพิสูจน์ทราบ ตรวจยึดเฮโรอีน 8 กก.ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้า จากนั้นได้สืบสวนขยายผลว่าจะมีการส่งพัสดุที่ไหน จนเย็นวันที่ 1 ก.ค.เข้าตรวจค้นอีก 2 จุด คือ ซอยรางน้ำและย่านรามคำแหง ที่ซอยรางน้ำตรวจยึดเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาวกับในห่อกาแฟรวม 9.98 กก. ปลายทางคือออสเตรเลีย ส่วนที่รามคำแหง ตรวจพบเฮโรอีนอยู่ในเสื้อผ้าไทยสีชมพูจะนำส่งไปไต้หวัน ตอนนี้ทราบตัวแล้วว่าใครเป็นเจ้าของยาเสพติดที่ประเทศเพื่อนบ้านเตรียมให้ DSI ลุยขบวนการผงขาวเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ได้เชิญดีเอสไอมาร่วมประชุมหารือและจะให้รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มเครือข่ายใหญ่มากทำกันเป็นขบวนการ อีกทั้งมีคนเกี่ยวข้องทางด้านการโอนเงิน การนำพา การบรรจุสิ่งของเฮโรอีนลงในเเพ็กเกจต่างๆ ลักษณะคดีประเภทนี้ดีเอสไอจะมีความเชี่ยวชาญ ความสามารถในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศได้ด้วย นอกจากนี้ เมื่อเช้าวันที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.และตำรวจ เข้าตรวจค้นควบคุมตัวคนที่ส่งพัสดุทั้งหมดจากเชียงคาน จ.เลย ลงมาที่กรุงเทพฯ ตอนนี้กำลังขยายผลมีใครเกี่ยวข้องอีก ส่วนปลายทางอย่างประเทศออสเตรเลีย ทราบตัวบุคคลที่วางแผนและเตรียมรับพัสดุที่มีเฮโรอีนบรรจุไว้เผยผงซอยรางน้ำมีแอร์จ้างหิ้วไปออสพ.ต.ต.สุริยากล่าวด้วยว่า กรณี น.ส.มีนา เหมือนถูกหลอกให้หิ้วของเข้าออสเตรเลียหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับ น.ส.มีนาและทนายความ ต้องให้โอกาสออสเตรเลีย ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่า น.ส.มีนาไม่ได้มีเจตนาแต่ถูกหลอกลวงอาจจะไม่ฟ้องได้ ส่วนเป้าหมายที่เราเชิญตัวมาทั้ง 2 เป้าหมายนี้ ประกอบด้วย หญิงแอร์โฮสเตส 1 ราย ในส่วนพื้นที่ซอยรางน้ำที่พบเฮโรอีน 9.98 กก. แอร์รายนี้จ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วของไปออสเตรเลีย ตอนนี้สอบปากคำร่วมกับดีเอสไอ พวกนี้เป็นกลุ่มที่ทำกันมาอยู่แล้วและส่งกันก่อนหน้านี้เปิดโปงจับแอร์ก่อนขึ้นเครื่องซุกยาเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มคนปลายทาง ที่รอรับพัสดุเฮโรอีนจาก น.ส.มีนาที่ออสเตรเลีย ยืนยันว่าไม่ได้มีแค่ชื่อ “เดียร์” เพียงรายเดียว มีข้อมูลเป็นคนไทยปรากฏชื่อมาแล้ว 2-3 ราย เราสืบสวนทั้งเครือข่ายมีหลายคนไทยทำกันเป็นขบวนการ ยอมรับว่าเครือข่ายค้ายาข้ามชาติเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยจับกุมที่ จ.สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา เคส จ.ฉะเชิงเทรา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 เป็นกรณีแอร์โฮสเตสเช่นเดียวกัน ป.ป.ส.ภาค 2 จับกุมได้ก่อนขึ้นเครื่อง ปริมาณยาเสพติดสูงถึง 20 กก. แบ่งเป็นตรวจเจอในกระเป๋า 10 กก.ตรวจค้นเจอที่บ้านพักอีก 10 กก. พบแผนประทุษกรรมคล้ายกันคือ นำยาเสพติดซุกซ่อนไว้ในพรม หากมองผิวเผินจะไม่ทราบ ส่วนเส้นทางการลำเลียงยา มีความเกี่ยวข้องกับในพื้นที่จังหวัดหนองคายและเชียงใหม่ด้วยเหมือนกันเตรียมลุยจับให้ได้ทั้งขบวนการเมื่อถามว่าการตรวจค้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งยาเสพติดเฮโรอีนให้ น.ส.มีนาหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน เพราะการพูดคุย ชักชวน มีแอร์โฮสเตสมาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น กรณีของแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมที่ จ.ฉะเชิงเทราก่อนหน้านี้ จะเกี่ยวกับคดีของ น.ส.มีนาหรือไม่ ตนมองและเเบ่งเป็นกลุ่มรับ-ส่งของ วันนี้ได้ตัวมา 1 ราย มีการส่งของจากต้นทางชายแดนเข้าไทย ตัวบรรจุภัณฑ์ทำสำเร็จรูปเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือชา กาแฟ โถ แจกัน ล้วนทำมาจากนอกประเทศ แล้วส่งพัสดุเข้ามาในไทย จ้างคนไทยเพื่อให้ของถูกส่งไปถึงคนรับหิ้ว แล้วคนรับหิ้วมีหน้าที่ถ่ายใส่กระเป๋าเดินทาง นำไปส่งประเทศปลายทางที่สาม ขณะนี้เรากำลังใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้จับได้ทั้งขบวนการล่าตัวผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rose Rose”พ.ต.ต.สุริยากล่าวว่า สำหรับบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rose Rose” ที่ทักแชตหา น.ส.มีนา เพื่อติดต่อขอให้รับหิ้วสินค้าไทยไปประเทศออสเตรเลียนั้น เรากำลังตามตัวอยู่ รวมทั้งคนที่ใส่เสื้อฮู้ดสีเข้มที่ไปส่งพัสดุให้ น.ส.มีนาด้วย ในส่วนรูปพรรณสัณฐานของไรเดอร์ขนส่งพัสดุ มีส่วนสูงเกือบ 170 ซม.ใส่ฮู้ดสีเข้ม พบว่าขับรถเก๋งสีดำคันเล็กเหมือนอีโคคาร์ อาจจะมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ใกล้เคียงสุด คือ ยี่ห้อโตโยต้า แต่เห็นป้ายทะเบียนไม่ชัด ไรเดอร์รายนี้จอดรถไกลจากคอนโดฯ หยิบของออกมาแล้วค่อยเดินมาคอนโดฯ ส่งพัสดุไว้ แต่เรายังไม่ปฏิเสธว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร แต่ถ้าไรเดอร์รายนี้กำลังดูข่าวอยู่ ให้รีบเข้ามาให้ข้อมูล เพราะเรายังเชื่อว่าคนส่งก็คือคนส่ง แต่อยากได้รับความร่วมมือตรงนี้ สำหรับ น.ส.มีนาพบว่า ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างสักบาท เพราะของยังไม่ถูกส่งไปถึงปลายทางผู้รับ เนื่องจากถูกจับกุมก่อนหัวขบวนค้ายาข้ามชาติเป็นคนลาวเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวปิดท้ายว่า หัวขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบว่าอยู่ต่างประเทศ เป็นคน สปป. ลาว จ้างคนไทยให้หิ้วให้พายาเสพติดไปประเทศที่สาม ย้ำว่าไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำเพียงประเทศเดียว เครือข่ายที่เราสืบสวนพบว่าทำมานานกว่า 4-5 ปี บางส่วนมีหมายจับอยู่แล้ว เชื่อว่ากรณีแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นขบวนการเครือข่ายเดียวกับคดียาเสพติดเฮโรอีนลอตที่ น.ส.มีนาพัวพันเชื่อมโยงจับสองผัวเมียส่งพัสดุให้ “มีนา” อีกด้าน บ่ายวันเดียวกัน จนท.สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน กก.ภ.จ.เลย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เอราวัณ และตำรวจชุดสืบสวน ภาค 4 ระดมกำลังออกติดตามบุคคลที่ส่งพัสดุไปให้ น.ส.มีนาและจับกุมนายอาทิตย์ ตรงดี อายุ 43 ปี กับนางทัดสะพอน วันนะสวน อายุ 42 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย สองผัวเมีย โดยจับนายอาทิตย์ได้ขณะทำงานก่อสร้าง ที่วัดถ้ำผาหมากฮ่อ ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง ส่วนนางทัดสะพอน ชาวลาว ภรรยานายอาทิตย์ ถูกจับขณะขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน บม 1445 เลย มาจอดที่สวนยางในพื้นที่ผานาง-ผาเกิ้ง ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ เพื่อหลบซ่อนตัว คุมตัวมาสอบที่ สภ.เอราวัณ เบื้องต้นให้การว่าไม่เกี่ยวข้อง ส่วนนายอาทิตย์ยอมรับว่ารับจ้างส่งพัสดุไปกรุงเทพฯมาแล้ว 6 ครั้ง โดยส่งที่ร้านรับส่งพัสดุรายหนึ่งที่ อ.เชียงคาน 3 ครั้ง ที่บ้านธาตุ ต.ธาตุ อ.เชียงคาน 2 ครั้ง และที่ อ.เอราวัณ 1 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาทจากชาวลาว ครั้งสุดท้ายส่งเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.692 ผัวเมียเป็นคนบรรจุหีบห่อค่ำวันเดียวกัน น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า กรณีของสองสามีภรรยาไทย-ลาว ผู้ร่วมขบวนการผงขาว ที่ถูกจับได้ใน จ.เลย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ป.ป.ส.ขยายผลติดตามต่อเนื่องมาตลอด 2 ปี เพราะพบข้อมูลว่าทั้งคู่เป็นหนึ่งในเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีหน้าที่บรรจุหีบห่อพัสดุภัณฑ์ ที่รับมาจาก สปป.ลาว แล้วนำส่งไปรษณีย์ไทยในร้านส่งพัสดุพื้นที่ตัวเอง ไปยังที่อยู่ผู้รับปลายทาง พฤติการณ์ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ มักมีการนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาพื้นที่กรุง เทพฯชั้นใน ด้วยการซุกซ่อนผ่านกระเป๋าผ้า เสื้อผ้า ผ้าไหม เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มาจากที่พักอาศัยของผัวเมียคู่นี้ในจังหวัดเลย ขบวนการนี้จะมีการตัดตอนเส้นทางการลำเลียง แบ่งหน้าที่กันทำเพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกจับ ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ทันทีว่าสองสามีภรรยาคู่นี้จะเกี่ยวข้องกับกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนปริมาณ 1 กิโลกรัม ที่มีไรเดอร์ผู้ชายนำส่งไปให้ น.ส.มีนายังคอนโดมิเนียมย่านบางนาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.หรือไม่ อย่างไร“อนุทิน” ลั่นต้องเข้มขึ้นหลังเกิดเหตุแอร์สาวเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีแอร์โฮสเตสการบินไทย ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติดว่า ได้รับรายงานแล้ว เมื่อถามว่าเรื่องนี้กระทบความเชื่อมั่นของประเทศมากน้อยเพียงใด นายอนุทินกล่าวว่า การขนยาเสพติดออกไปไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้ว ต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นลูกเรือ ต้องมีการกำหนดวิธีการและกฎเกณฑ์ต่างๆเพิ่มมากขึ้น เมื่อถามว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถามเลขา ป.ป.ส. ยืนยันว่าไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติด เพราะไทยปราบเยอะมาก เวลาปราบได้ทำไมสื่อมวลชนไม่ถาม ปราบครั้งหนึ่งได้จำนวนยาเยอะมาก นี่ก็รอให้ตนเองไปเป็นประธานเผายาเสพติดอยู่ แอร์โฮสเตสคนนี้ต่อให้กลับมาที่เมืองไทย โทษก็ไม่ได้เบาลง เพราะเคยบอกแล้วยาเสพติดเพียงไม่กี่เม็ดติดคุกตลอดชีวิตแล้ว และการประชุมเรื่องยาเสพติดวงใหญ่ในวันที่ 3 ก.ค. เชิญผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ AOT และผู้อำนวยการสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) มากำหนดกฎเกณฑ์เรื่องสายการบินอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่