1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน
กรมสรรพสามิตจัดประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ขับเคลื่อนสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่ความยั่งยืนด้วย ESG “วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่” คว้าสุดยอดสุรากลั่นชุมชน
สรุปสั้น
กรมสรรพสามิตจัดประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ขับเคลื่อนสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่ความยั่งยืนด้วย ESG “วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่” คว้าสุดยอดสุรากลั่นชุมชน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ 1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน (70%)
รายละเอียด
1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน
กรมสรรพสามิตจัดประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ขับเคลื่อนสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทยสู่ความยั่งยืนด้วย ESG “วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่” คว้าสุดยอดสุรากลั่นชุมชน
หากใครเป็นคอสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ อยากให้มามุงกันตรงนี้ เพราะเมื่อปลายเดือน กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต ได้จัดประกวดโครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนและคราฟท์เบียร์ไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในระดับสากล โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตและผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการธุรกิจ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
โดยการประกวดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ ด้านการพัฒนาเครื่องดื่มและมิกโซโลจี ด้านวิสกี้และประวัติศาสตร์เครื่องดื่ม ด้านการพัฒนาเมนูและธุรกิจเครื่องดื่ม ด้านคุณภาพอาหารและการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า ด้านการบริการและประสบการณ์ลูกค้า ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคัดเลือกสุดยอดผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพ นวัตกรรม อัตลักษณ์ และศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดสากล
การประกวดในปีนี้ มีผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราชุมชนประเภทสุรากลั่น สุราแช่ และคราฟท์เบียร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รวมทั้งสิ้น 16 ราย โดยผลการประกวด “1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion” ประจำปี 2569 ผู้ได้รับรางวัลในแต่ละประเภท ดังนี้
รางวัลประเภทสุรากลั่นชุมชน
1. สุดยอดสุรากลั่นชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่ จังหวัดแพร่
2. สุรากลั่นยอดเยี่ยม จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ฝึกมีชีวิต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดอะ สปิริต ออฟ ชัยภูมิ ดิซทีลเลอรี่ จังหวัดชัยภูมิ บริษัท วิสาหกิจชุมชนบ้านบึงกระจังงาม จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ บริษัท มหาโอสถ จำกัด จังหวัดนครปฐม วิสาหกิจชุมชน สุขใสมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง จังหวัดนราธิวาส
รางวัลประเภทสุราแช่ชุมชน
1. สุดยอดสุราแช่ชุมชน ได้แก่ บริษัท นพรส จำกัด จังหวัดปทุมธานี
2. สุราแช่ชุมชนยอดเยี่ยม จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
บริษัท 168 เงินมีบ่ จำกัด จังหวัดอำนาจเจริญ วิสาหกิจชุมชน นานวนจันทร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ บริษัท อี.เอช.ไอ โตไก จำกัด จังหวัดลำพูน วิสาหกิจชุมชน สวนฅนปายไฮโดรโปนิกส์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริษัท เต็มสิบ พลัส จำกัด จังหวัดระนอง
รางวัลประเภทคราฟท์เบียร์
1. สุดยอดคราฟท์เบียร์ ได้แก่ บริษัท สหประชาชื่น จำกัด กรุงเทพมหานคร
2. คราฟท์เบียร์ยอดเยี่ยม จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
บริษัท ไชโยโห่หิ้ว จำกัด จังหวัดนนทบุรี บริษัท พัทยาเบียร์ 2555 จำกัด จังหวัดชลบุรี บริษัท โขงเจียม บริววิ่ง จำกัด จังหวัดอุบลราชธานี
สุราสักทองแพร่ จากวิถีชุมชน สู่สุดยอดสุรากลั่นชุมชน
ใครจะรู้ว่า สุรากลั่น พื้นบ้านจากตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ สืบทอดกันมากว่า 200 ปี ซึ่ง "เหล้า" เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนที่นี่ เช่น การใช้เหล้าเป็นเครื่องเซ่นไหว้ถวายในพิธีเรียกขวัญ พิธีเลี้ยงผีและพิธีสืบชะตาแม่น้ำ การใช้เหล้าทำอาหาร หรือใช้ยาดองเหล้ากับสมุนไพรเพื่อรักษาโรค ซึ่งปัจจุบันชุมชนสะเอียบมีประชากร 60 หมู่บ้านที่ประกอบอาชีพทำสุรากลั่นชุมชน 103 ครัวเรือน เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า น้ำที่ใช้ทำเหล้าของที่นี่ล้วนมาจาก "แม่น้ำยม" ซึ่งเป็นน้ำธรรมชาติที่คนปรุงเหล้าบอกว่า น้ำที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เพราะแต่เดิมที่นี่เคยเป็นภูเขาไฟทำให้มีแร่ธาตุต่างๆ รวมถึงดินที่นี่ก็มีความพิเศษ คือทำให้เกิด "ไม้สักทอง" อันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
แต่ย้อนไปตั้งแต่ก่อนปี 2545 การต้มเหล้าขาย ถือเป็นการต้มเหล้าเถื่อน มีความผิดตามกฎหมาย ชาวบ้าน "หมักเหล้า" แล้ว ก็ต้องขนไปซ่อนไว้ในป่าสักทอง ซึ่งสภาพแวดล้อมและความชื้นของป่า ทำให้สุรามีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ กระทั่งกฎหมายสุราก้าวหน้าเปิดช่อง ให้ "สุราพื้นบ้าน" ที่เคยต้องหลบๆ ซ่อนๆ ออกมาเฉิดฉายได้ จึงมีการจดทะเบียนในนามของ “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสุรากลั่นพื้นบ้านสักทองแพร่” นำความรู้ที่มีมาพัฒนาสุรากลั่น จนได้จดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สุรากลั่นชุมชนที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สุราแช่ และสุรากลั่น ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น