สังคม

จากผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานคืนชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย”

จากอดีตผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานตัดวงจรยาเสพติด กลับคืนสู่ชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย”

จากผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานคืนชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

จากอดีตผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานตัดวงจรยาเสพติด กลับคืนสู่ชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย”

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

จากผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานคืนชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย” (70%)

รายละเอียด

จากผู้ใช้สาร สู่สะพานพาลูกหลานคืนชุมชน “เห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ก็หายเหนื่อย”

“เวลาเห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ผมก็หายเหนื่อยแล้ว”

กวี แก่นจันทร์ทอง อายุ 37 ปีเกษตรกร และอาสาสมัครกลุ่ม Give Hope ผู้ทำงานให้ความรู้เรื่อง Harm Reduction และส่งต่อผู้ใช้สารในชุมชนสู่บริการบำบัดรักษายาเสพติด

ผมเกิดและโตที่แม่กาษา อ.แม่สอด จังหวัดตาก ที่นี่สารเสพติดเข้าถึงง่าย ทั้งยาบ้า กัญชา เฮโรอีน มันมีอยู่ทั่วไป แต่ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้ยุ่งกับยาเลย เพื่อนกลุ่มที่ผมอยู่ด้วยเขาแอนตี้ยาเสพติดกันหมด ถ้าใครเล่นเพื่อนก็จะไม่คบ เราอยู่ในกลุ่มนั้น เลยไม่ยุ่งกับยาไปด้วย

ผมมาใช้สารตอนโตแล้ว ตอนอายุประมาณ 32-33 ปี ตอนนั้นทำงานหนักมาก ทำไร่อ้อย ขับรถ ขนอ้อยไปโรงงาน บางวันออกจากบ้านตีห้า กลับถึงบ้านตีสองตีสาม บางทีกลับมาอีกทีมะรืนตอนเช้า ไม่ค่อยได้นอน

ผมเป็นพี่คนโต พ่อไม่ค่อยสบาย แม่ทำงานคนเดียวไม่ไหว น้องยังเรียนอยู่ ผมต้องส่งรถ ส่งค่างวด ดูแลบ้าน ดูแลพ่อแม่ ดูแลน้อง ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองเป็นคนแข็งแรงที่สุดในบ้าน ก็ต้องแบกทุกอย่างไว้

วันแรกที่ลองฝิ่น เพื่อนที่ทำงานด้วยกันบอกว่า  “ลองสิ มันแก้ปวดแก้เมื่อยได้ ตรวจฉี่ก็ไม่เจอ” ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าใช้เพื่อเมา ผมคิดว่ามันจะช่วยให้ทำงานได้อีกหน่อยหนึ่ง ทำงานเสร็จจะได้ไม่ปวดไม่เมื่อย แต่พอลองไปเรื่อยๆ มันก็ติด

ตอนแรกใช้ฝิ่น แต่ฝิ่นมันยุ่งยาก ต้องต้ม ต้องก่อไฟ พอมาเจอเฮโรอีน มันง่ายกว่า เทแล้วใช้ได้เลย แล้วมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ จากใช้เพื่อให้ทำงานไหว กลายเป็นถ้าไม่มีมัน ผมทำงานไม่ได้

ปัญหามันเริ่มตอนของหมด ถ้าไม่มีเฮโรอีนผมก็จะไม่ไปทำงานแล้ว ร่างกายมันดิ้น ทรมาน ปวดท้อง ปวดเนื้อ ปวดตัว ปวดตามข้อ ตามกระดูก แต่พอได้ใช้แค่นิดเดียว มันเหมือนยกความทรมานทั้งหมดออกไป เหมือนยกโลกทั้งใบออกจากตัวเรา

ผมเคยพยายามเลิกเอง 20-30 ครั้ง ตั้งใจหักดิบ นอนอยู่บ้าน บอกตัวเองว่าวันนี้ไม่เอาแล้ว พรุ่งนี้ไม่เอาแล้ว แต่พอทนได้วันหนึ่ง อีกวันหนึ่งไม่ไหวก็ต้องไปหายามาใช้อีก ผิดหวังในตัวเองนะ แต่ตอนนั้นมันไม่มีอะไรช่วยเราได้เลย

จากคนที่เคยหาเงินเข้าบ้าน เงินเริ่มหายไปกับเฮโรอีน รถเริ่มค้างค่างวด ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยค้าง เงินที่ต้องเอาไปส่งรถ ต้องเอาไปใช้ในบ้าน ผมก็แอบดึงออกไปซื้อยา ตอนแรกคิดว่าใช้แค่นิดเดียวคงไม่เป็นไร แต่พรุ่งนี้ต้องเพิ่ม มะรืนต้องเพิ่มอีก มันเพิ่มทุกวัน เงินในระบบของบ้านก็หายไปเรื่อยๆ

แม่เตือนตลอดว่า “โตแล้วนะลูก จะมาเสียคนตอนอายุขนาดนี้มันไม่ดีนะ กลับตัวตอนนี้ยังทัน” ผมก็อยากกลับตัว สงสารแม่ สงสารพ่อ สงสารน้อง แต่ก็เลิกไม่ได้สักที

ตอนนั้นผมอยากไปรักษา แต่ก็กลัว กลัวมีประวัติไม่ดีติดอยู่ในโรงพยาบาล เพราะตั้งแต่เด็กจนโต ผมไม่เคยมีประวัติเสีย ไม่เคยโดนจับ ไม่เคยอะไรเลย จะเดินเข้าโรงพยาบาลเองก็กลัว แต่ก็ยังพยายามหาข้อมูลว่าโรงพยาบาลไหนรักษาได้

สุดท้ายคนที่พาผมออกมาคือแม่กับน้อง ผมหาข้อมูลว่าโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่รักษาคนที่ติดเฮโรอีนกับฝิ่นได้ เลยบอกแม่ คืนนั้นแม่โทรหาน้อง แล้วน้องก็มารับพาผมไปเชียงใหม่ วันที่ 17 ตุลาคม 2024 ผมยังจำได้

ที่โรงพยาบาล เขาให้เมทาโดน  14 วันแรกถอนพิษยา อีก 14 วันหลังมีกิจกรรมให้ทำ เล่นตะกร้อ เปตอง ดนตรี อยู่ที่นั่น 28 วัน ผมได้นอนคิดทบทวนทุกอย่างว่าถ้าวันนั้นไม่เข้าไปยุ่งกับมัน ชีวิตคงไม่มาถึงตรงนี้

พอกลับมา ผมกลัวแล้ว เข็ดแล้ว ไม่อยากกลับไปเจอแบบนั้นอีก เวลาเจอน้องๆ ที่ยังใช้อยู่ เขาถามว่า “พี่กลับมาแล้ว เล่นต่อไหม” ผมบอก “ไม่เอาแล้ว พี่กลัวแล้ว พวกหนูก็หยุดกันบ้าง ใครอยากไป เดี๋ยวพี่พาไป พี่รู้ที่แล้ว”

ทุกวันนี้ผมช่วยดูแลผู้ใช้สารในชุมชน แจกอุปกรณ์สะอาดให้คนที่ยังใช้เข็ม ถ้ามีใครอยากไปบำบัด ผมก็พาไป ติดต่อให้ ไปส่งให้ บางคนยังไม่พร้อมเลิก เราก็บังคับเขาไม่ได้ แต่ถ้าเขายังใช้ ขอให้เขาใช้อุปกรณ์สะอาดก่อน จะได้ไม่ติด HIV ไวรัสตับอักเสบ หรือโรคอื่นๆ พอวันหนึ่งเขาพร้อมจะเลิก ผมก็พร้อมพาไป

บางคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแจกเข็มสะอาดให้คนใช้ยา ผมไม่ได้สนับสนุนให้เขาใช้ยานะ ผมแค่ไม่อยากให้เขาต้องป่วยเพิ่ม ถ้าเขาจะเลิกยาในวันหนึ่ง เขาควรได้เลิกยาอย่างเดียว ไม่ใช่ต้องไปรักษาโรคที่ติดมาจากการใช้เข็มร่วมกันอีก

ผมเคยพาน้องๆ ไปบำบัดมาแล้วประมาณ 5-6 คน บางคนกลับมาแล้วดีขึ้น บางคนกลับไปใช้อีก ก็ไม่เป็นไร ผมบอกพ่อแม่เขาว่า  “ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวผมพาไปใหม่ มันไม่ได้เลิกได้ภายในครั้งเดียว"

ผมมองผู้ใช้สารว่าเขาเป็นคนป่วย ไม่ใช่คนบ้า ไม่ใช่ปีศาจ เขาก็เคยเป็นคนดีๆ มาก่อน ทุกคนที่ติดยาอยากเลิกทั้งนั้น ไม่มีใครอยากจบชีวิตอยู่ในวังวนนี้ ถ้าเราช่วยเขาได้ เขาก็ได้ชีวิตกลับมา พ่อแม่เขาก็ได้ลูกคืน สังคมก็ได้คนกลับมาคนหนึ่ง ทุกวันนี้เวลาเห็นรอยยิ้มของแม่ที่ได้ลูกคนเดิมกลับมา ผมก็หายเหนื่อยแล้ว

หมายเหตุ : เรื่องเล่านี้จัดทำจากบทสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ตรง โดยผู้ให้สัมภาษณ์เป็นอาสาสมัครกลุ่ม Give Hope จังหวัดตาก และทำงานสนับสนุนผู้ใช้สารในชุมชน ผ่านการเชื่อมต่อบริการสุขภาพ การให้ข้อมูล และการดูแลแบบไม่ตีตรา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus