สังคม

เอื้อ “ดาต้าเซ็นเตอร์” คุ้มค่าหรือหลุมพราง

ประเทศไทยกับเมกะเทรนด์ “Data Center” คุ้มค่าการลงทุนหรือหลุมพรางงบประมาณ? ที่รัฐสภา (8 ก.ค.2569) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เอื้อ “ดาต้าเซ็นเตอร์” คุ้มค่าหรือหลุมพราง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ประเทศไทยกับเมกะเทรนด์ “Data Center” คุ้มค่าการลงทุนหรือหลุมพรางงบประมาณ? ที่รัฐสภา (8 ก.ค.2569) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เอื้อ “ดาต้าเซ็นเตอร์” คุ้มค่าหรือหลุมพราง (70%)

รายละเอียด

ประเทศไทยกับเมกะเทรนด์ “Data Center” คุ้มค่าการลงทุนหรือหลุมพรางงบประมาณ? ที่รัฐสภา (8 ก.ค.2569) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้รวบรวมรายชื่อ สส. เพื่อยื่นญัตติด่วนขอให้สภาฯพิจารณาตั้งคณะ กมธ.วิสามัญของสภาฯเพื่อพิจารณาประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับ Data Center หรืออาคารที่รวบรวมเซิร์ฟเวอร์ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลและอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บประมวลผลและกระจายข้อมูลดิจิทัลขนาดมหาศาล ที่เปรียบเสมือนสมองหรือหัวใจของการทำงานในระบบอินเตอร์เน็ตแอปพลิเคชัน และระบบคลาวด์ ซึ่งขณะนี้มีกระแสการลงทุนการก่อสร้าง Data Center ทั่วโลกประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ที่มีคำขอจากต่างชาติ มาขอสร้าง Data Center ในไทย โดยขอรับสิทธิประโยชน์ในการลงทุนจาก BOI เพื่อก่อสร้าง Data Center ในไทยมีมูลค่าราว 1.7 ล้านล้านบาท ที่แม้มีมูลค่ามหาศาล แต่ในข้อเท็จจริง สังคมไทยควรตระหนักและรู้ว่าการลงทุนในระบบ Data Center มีผลกระทบคือ ต้องมีการใช้ทรัพยากรน้ำ และกระแสไฟฟ้าจำนวนมากรองรับทำให้บางประเทศ ต้องมีคำสั่งห้ามหรือสั่งยุติโครงการนี้ชั่วคราวเพื่อพิจารณาถึงความรอบคอบคุ้มค่า และผลดี ผลเสีย ที่อาจจะเกิดขึ้น จึงทำให้การลงทุนสร้าง Data Center พุ่งเป้ามาที่ไทยเพราะประเทศเราเปิดรับโดยไม่มีเงื่อนไข ข้อแม้ใดๆ ไม่มีเกณฑ์ หรือหลักการประเมินส่วนได้ส่วนเสียและผลกระทบที่ตามมา ซ้ำยังไม่มีมาตรการในการควบคุม หรือแม้กระทั่งมาตรการทางภาษีโดยเปิดอ้ารับการลงทุนเพียงด้านเดียว ทั้งที่รัฐบาลไทย ควรต้องพิจารณาความเหมาะสมว่าการลงทุน 1.7 ล้านล้านบาทของต่างชาติเกือบทั้งหมด ที่ได้สิทธิพิเศษและเงื่อนไขทางภาษี ที่เกือบจะเรียกว่าประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย ทั้งในแง่ของการว่าจ้างแรงงาน หรือบุคลากร เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆหรือ...สิทธิการเข้าถึงข้อมูลใน Data Center นี้ อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดไม่ถึง? จากการตั้ง Data Center จำนวนมาก...Data Center (ศูนย์ข้อมูล) คือ อาคารที่ใช้สำหรับจัดเก็บคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ (Server), ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ในการจัดเก็บประมวลผลและกระจายข้อมูลดิจิทัลจำนวนมหาศาล ที่เปรียบเสมือนเป็น “สมองส่วนกลาง” หรือ “โรงงานที่ผลิตพลังงานดิจิทัล” ที่คอยขับเคลื่อนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน คลาวด์คอมพิวติ้งและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันData Center ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ไอที...ที่มีระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบทำความเย็น...ระบบรักษาความปลอดภัย (Security) มีทั้งการป้องกันทางกายภาพ เช่น กล้อง CCTV, ระบบสแกนลายนิ้วมือ, การจำกัดสิทธิ์เข้า-ออกอาคาร และการป้องกันทางดิจิทัล เช่น ระบบไฟร์วอลล์ เพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติแพ็กเกจสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดกลุ่ม Hyperscale Data Center เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปีและการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร...ขณะนี้อุตสาหกรรม Data Center ในไทยได้รับการอนุมัติโครงการแล้วกว่าแสนล้านบาทโดยฐานที่ตั้งหลักกระจุกตัวอยู่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เช่น รัชดา, พระราม 9 และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก (EEC) อย่างสมุทรปราการ ชลบุรี และระยองประเด็นน่าสนใจมีว่า...ทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ประเทศไทยเป็นจุดเชื่อมต่อเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำที่สำคัญในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ระบบการรับ-ส่งข้อมูลมีความรวดเร็วและกระจายข้อมูลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งข้อจำกัดของประเทศสิงคโปร์ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางหลัก ได้จำกัดการเติบโตของ Data Center ใหม่เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนที่ดินและพลังงานไฟฟ้า ทุนใหญ่จึงต้องเบนเข็มมายังไทยและมาเลเซียจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ประเทศไทยมีโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่ครอบคลุมและมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอในปัจจุบัน รองรับความต้องการใช้พลังงานมหาศาลของศูนย์ข้อมูลพุ่งเป้าผลกระทบสิ่งแวดล้อมกรณีมี Data center มาตั้งในประเทศไทยจำนวนมาก อาจารย์สนธิ บอกว่า ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการควบคุมโครงการประเภทนี้ และโครงการเหล่านี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยถูกตีทะเบียนเป็นเพียง “อาคารคลังสินค้า”ถัดมา...มีการใช้ไฟฟ้ามหาศาล โดย Data Center ขนาด 200 เมกะวัตต์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงจะใช้ไฟฟ้าเทียบเท่ากับครัวเรือนไทย 200,000-400,000 หลังคาเรือน หรือเท่ากับจังหวัดขนาดกลางทั้งจังหวัดสาม...การแย่งชิงน้ำจืดในชุมชน โครงการนี้จะต้องใช้น้ำมหาศาลสำหรับระบบหล่อเย็น ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่สามารถใช้น้ำถึงหลายล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ทำให้ประชาชนมีความกังวลอย่างมากในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ซึ่งเป็นแหล่งรวมดาต้าเซ็นเตอร์หนาแน่นว่าอาจกระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคสี่...การระบายความร้อนออกจากอาคารศูนย์ข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง อาจทำให้อุณหภูมิในพื้นที่รอบข้างสูงขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิรอบบริเวณที่ตั้งศูนย์ข้อมูลพุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในชุมชนใกล้เคียงห้า...มลพิษทางเสียง การที่พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่และเครื่องปั่นไฟสำรองที่ทำงานตลอดเวลาอาจจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เสียงดังรบกวนต่อชุมชนโดยรอบได้ หก...เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์และแบตเตอรี่สำรองมีอายุการใช้งานสั้น เฉลี่ย 3-5 ปีเมื่อตั้งศูนย์ข้อมูลจำนวนมากย่อมมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นมหาศาล ซึ่งหากกำจัดอย่างไม่ถูกต้องจะก่อให้เกิดสารพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมจำนวนมากหากไม่วางแผนเชิงนโยบายที่รัดกุม “คนไทย–ประเทศไทย” คงมี...แต่เสียกับเสียเท่านั้น.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus