สังคม

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อย สูญเกือบ 20 ล้าน

“จุลพันธ์” รมว.แรงงาน จับมือ ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงจับกุมแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกขายฝันทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายนับร้อย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อย สูญเกือบ 20 ล้าน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“จุลพันธ์” รมว.แรงงาน จับมือ ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงจับกุมแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกขายฝันทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายนับร้อย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ก.แรงงาน แถลงจับแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกเหยื่อทำงานต่างแดน ผู้เสียหายนับร้อย สูญเกือบ 20 ล้าน (70%)

รายละเอียด

“จุลพันธ์” รมว.แรงงาน จับมือตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงจับกุมแก๊งตุ๋นลวงโลก เปิดบริษัทหลอกขายฝันทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายนับร้อย สูญเงินเกือบ 20 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่ บก.ปคม. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีที่บริษัทหลอกลวงคนไปทำงานภาคเกษตรในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายกว่า 100 ราย เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา หลังถูกบริษัทรับทำวีซ่าแห่งหนึ่งหลอกว่าสามารถจัดส่งไปทำงานต่างประเทศได้ โดยต้องจ่ายเงินให้บริษัทก่อนหลักแสนบาท เพื่อที่จะได้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับงาน แต่สุดท้ายกลับเงียบหายไป ทำให้มีมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 20 ล้านบาท จากนั้นหลังการสืบสวน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม ผู้กระทำความผิดได้ 2 รายคือ นายธนาคาร อายุ 23 ปี และ นายธราเทพ อายุ 23 ปี เมื่อวันที่ 27 เมษายน ในฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง , ร่วมกันโฆษณาจัดหางานโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด , ร่วมกันทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในห้องพักแห่งหนึ่งที่ ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก โดยพฤติการณ์ดังกล่าว พบว่าเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน สิงหาคม 2568 มีกลุ่มผู้เสียหายได้ไปหาข้อมูลเรื่องการไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งเห็นประกาศรับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่าจะได้รับเงินเดือนประมาณ 100,000 บาท มีที่พักฟรี จึงได้มีการติดต่อไปที่บริษัทของผู้ต้องหา ดังกล่าวซึ่งมีการจดทะเบียนบริษัทถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ต้องหาได้แจ้งกลับมาว่า มีงานอยู่ที่ ประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เป็นการเก็บเกี่ยวผลไม้ การทำเกษตรกรรม มีรายได้เดือนละประมาณ 85,000 บาท และหากทำงานล่วงเวลา อาจได้ถึง 100,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ และตั้งใจจะไปทำงานต่างประเทศ จึงได้สมัคร แต่ต้องชำระเงินค่าใช้จ่ายต่างๆก่อน ได้แก่ ค่าทำสัญญา 80,000 บาท , ค่าประกันชีวิต 40,000 บาท , ค่าออกวีซ่า 9,750 บาท , ค่าแลกเงิน 33,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 162,750 บาท โดยภายหลังที่ชำระเงินไปแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาแจ้งว่าจะต้องมีการอบรม เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ที่สถานที่หนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล แต่ถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายเดินทางไปถึงปรากฏว่าไม่ได้มีการจัดอบรม ขึ้นแต่อย่างใด และไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มผู้ต้องหาได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนมาแจ้งร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่าบริษัทของผู้ต้องหานั้นจดทะเบียนในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 มีบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย แบ่งหน้าที่กันทำ ประกอบด้วยนายวันเฉลิม เป็นกรรมการบริษัท ,นางสาวพิชญ์จิรา หรือแบม , นายธนาคาร หรือบอย และ นายธราเทพ หรือพัด ต่อมาพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนกระทั่งวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายหลังได้รับแจ้งความผ่านไป 3 วัน พบว่านายธนาคาร และนายธราเทพ หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก จึงได้ติดตามเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ และได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พบว่ามีการขนย้ายสิ่งของออกไปตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนติดตามขยายผล นำมาดำเนินคดีต่อไป ขณะที่นายจุลพันธ์ ระบุว่า กระทรวงแรงงานขอให้คนไทยที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ได้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ได้ที่เว็บไซต์กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ในลักษณะนี้ และขอย้ำเตือนคนหางานให้เพิ่มความระมัดระวังในการหางานไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากพบว่า ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพใช้สื่อออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก หรือเพจปลอม ที่ใช้ในการโฆษณาชักชวนรับสมัครไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานภาคเกษตรกรรม ฟาร์ม หรือเก็บผลไม้ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยอ้างว่าเป็นงานที่มีรายได้สูง สวัสดิการดี และเป็นบริษัทจัดหางานต่างประเทศที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการจัดหางานเพื่อหลอกลวงให้คนหางานหลงเชื่อ ทั้งนี้ ผู้ที่จะสามารถจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศได้ จะต้องเป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานเท่านั้น หากเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดอ้างว่า สามารถจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศได้ ขอให้ท่านสันนิษฐานได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขอให้คนหางานอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus