สังคม

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวดัง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะชื่อดัง จ.กาฬสินธุ์ โหมลามครอบคลุมกว่า 300 ไร่ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ ฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายเกือบทั่วทั้งอำเภอ

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวดัง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะชื่อดัง จ.กาฬสินธุ์ โหมลามครอบคลุมกว่า 300 ไร่ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ ฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายเกือบทั่วทั้งอำเภอ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ "ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวดัง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ (70%)

รายละเอียด

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยวดัง จ.กาฬสินธุ์ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ

"ไฟไหม้เขาภูสิงห์" แหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมะชื่อดัง จ.กาฬสินธุ์ โหมลามครอบคลุมกว่า 300 ไร่ ผู้ว่าฯ สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟ ฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายเกือบทั่วทั้งอำเภอ

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ตอนล่างของเขาภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรง คาดว่าเพลิงไหม้เกิดขึ้นก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง ต้นเพลิงอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก ต.สหัสขันธ์ และลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วเข้ามาบริเวณพื้นที่ตอนใน ต.โนนบุรี และโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงขึ้นไปบนเชิงเขาที่เป็นยอดเขาภูสิงห์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะที่สำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากด้านบนเป็นวัดภูสิงห์ ที่มีพระ พรหมภูมิปาโล ขนาดใหญ่ที่ชาวกาฬสินธุ์เคารพนับถือ และถ้ำผาแดง แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยของการท่องเที่ยว

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร.เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ กำลังนำพระลูกวัด ญาติ โยม นำรถบรรทุกน้ำของทางวัด ช่วยกันดับไฟป่าที่กำลังโหมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพอากาศในวันนี้มี ลมแรงยากที่จะดับไฟได้ ขณะนี้คาดว่าไฟป่าได้ลุกไหม้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่

ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนทราบว่า ไฟไหม้ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จะเกิดปัญหาไหม้ทุกปี และคาดว่าเป็นฝีมือของชาวบ้านที่จะจุดไฟเผาป่าด้านล่าง และมักจะลุกลามขึ้นมาด้านบน แต่ในครั้งนี้มีความรุนแรงเนื่องจากมีลมประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้เพลิงที่โหมไหม้มีความรุนแรงรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน นายสุวรรณธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่และเข้าติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ด้วยตนเอง พร้อมกับสั่งการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันระดมเข้าช่วยเหลือ โดยกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นายอำเภอสหัสขันธ์ นายอำเภอห้วยเม็ก นายอำเภอหนองกุงศรี ให้ระดมรถบรรทุกน้ำเข้าดับเพลิงในพื้นที่ด้านล่าง และได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำอุปกรณ์ดับเพลิงเดินเท้าเข้าพื้นที่ เพื่อดับไฟป่าที่กำลังลุกลามขึ้นไปบนยอดเขาภูสิงห์ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันไฟป่าอย่างเร่งด่วน โดยมีอาสาสมัคร  จาก มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ เตรียมนำโดรนบรรทุกน้ำขึ้นบินดับไฟป่า

รายงานแจ้งว่า พื้นที่ป่าภูสิงห์ เป็นเขตรอยต่อระหว่าง ต.โนนบุรี ต.สหัสขันธ์ และ ต.ภูสิงห์ พื้นที่ป่าโดยรวมมีจำนวนกว่า 3,000 ไร่ ที่ทางจังหวัดและหน่วยงานสำคัญ ได้ร่วมกันพัฒนาให้เป็น แหล่งท่องเที่ยว สำคัญให้กับนักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ และธรรมะจัดสรร ทุกปีมักจะประสบปัญหาไฟป่า

แต่ในพื้นที่เชื่อว่าสาเหตุมาจากชาวบ้านที่ต้องการจุดไฟเพื่อจับสัตว์ป่า แต่การเกิดไฟไหม้ ในครั้งนี้กลับมีความรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้พระ ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณนี้เกรงว่าไฟป่าจะโหมไหม้เผาแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้ก็ยังไม่สามารถดับไฟป่าได้

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารท้องถิ่น ได้ตั้งจุดดับไฟป่า แบ่งออกเป็นสองส่วน คือบริเวณด้านล่างตั้งจุดที่วัดกัลยาณบริหาร ต.โนนบุรี และด้านบนเป็นวัดพุทธาวาสภูสิงห์ หรือ วัดภูสิงห์ ที่ประชาชนต่างพากันระดมดับเพลิง ด้วยความระทึก ทั้งนี้ ฝุ่นที่เกิดจากไฟที่ลุก ไหม้ ยังทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ฟุ้งกระจายครอบคลุมเกือบทั้งอำเภอแล้ว.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus