สังคม

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา

โฆษก ตร. ยันตำรวจเรียกเงินค่าน้ำมัน 300 บาท 2 เคสในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ คนเดียวกัน จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์ ย้ำจัดสรรงบแก้วิกฤตน้ำมันทั่วถึง ยันไม่มีไอ้โม่งอมน้ำมัน

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

โฆษก ตร. ยันตำรวจเรียกเงินค่าน้ำมัน 300 บาท 2 เคสในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ คนเดียวกัน จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์ ย้ำจัดสรรงบแก้วิกฤตน้ำมันทั่วถึง ยันไม่มีไอ้โม่งอมน้ำมัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา (70%)

รายละเอียด

สั่งย้าย-ตั้งกรรมการสอบ ตร.ม่วงสามสิบ เรียกเงินค่าน้ำมัน จ่อเอาผิดวินัย อาญา

โฆษก ตร. ยืนยันตำรวจเรียกเงินค่าน้ำมัน 300 บาท 2 เคสในพื้นที่ สภ.ม่วงสามสิบ เป็นคนเดียวกัน จ่อเอาผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่-เรียกรับผลประโยชน์ ย้ำ สตช.จัดสรรงบแก้วิกฤตน้ำมันทั่วถึง ยันชัดไม่มี “ไอ้โม่ง” ใน สตช. อมน้ำมัน ด้าน รองโฆษก ตร. ลั่นตำรวจไม่ดี ให้ออกไป มีรุ่นน้องอีกหลายคนที่อยากเป็นตำรวจ

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนถูกพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เรียกรับค่าน้ำมันแลกกับการเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.ม่วงสามสิบ จนกลายเป็น ที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย

โดย พล.ต.ท. ไตรรงค์ ยืนยันว่า ขณะนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจ ในพื้นที่ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นพบว่า นายตำรวจยศพันตำรวจโท ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน ได้ใช้วาจาไม่เหมาะสมในการเรียกรับเงิน 300 บาท เพื่อเป็นค่าน้ำมันในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจริง ซึ่งเรื่องนี้ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงถึงความไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีคำสั่งให้นายตำรวจคนดังกล่าวไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมสืบสวนข้อเท็จจริงหากพบว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา

แต่ในขณะเดียวกันมีการตรวจสอบพบว่า ตำรวจนายดังกล่าวถูกร้องเรียนจากชาวบ้านม่วงสามสิบเช่นกันในกรณี เรียกรับค่าน้ำมัน ในการเดินทางไปขอหมายจับคดีหลอกลวงออนไลน์อีก 3,000 บาท ซึ่งขณะนี้ ยังอยู่ระหว่าง ติดต่อกับผู้เสียหาย แต่ยืนยันว่าหากมีการเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และเข้าข่าย ความผิดเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์มาตรา 149

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายในการที่จะไปรับค่าน้ำมันจากสถานการณ์ วิกฤตน้ำมันแพง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการจัดสรร งบประมาณลงไปยัง พื้นที่อย่างเพียงพอ เพราะล่าสุดได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในช่วงวิกฤต แม้ว่าจะมีเสียงครหาจากตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึง โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีไอ้โม่งที่จะกักตุนน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากมีก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ละเว้น

พร้อมทั้งยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องระบบสายตรวจ ที่ใช้ ยานพาหนะในแต่ละ วงรอบ ซึ่งยังมีสายตรวจวงรอบ 24 ชั่วโมงให้ความปลอดภัยกับ พี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันเหตุด่วน-เหตุร้าย

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ยืนยันว่าตำรวจมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงอยู่แล้ว การบริการประชาชนเป็นหน้าที่ ไม่สามารถเรียกร้องค่าบริการได้ สามารถของบประมาณเพิ่มเติมตามระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณได้ ยืนยันว่าจะไม่มีภาพรถตำรวจไม่สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะไม่มีน้ำมัน แต่จะมีการปรับเปลี่ยน การปฏิบัติงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น ปรับจุดตรวจตู้แดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำมันแพง เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ตำรวจต้องไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 5-15 นาที ต้องมีวงรอบการเข้าตรวจตาม จุดต่างๆ ใน 24 ชั่วโมงตาม ห้วงเวลาต่างๆ และการ เข้าถึงเหตุต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจไม่เป็นไร ก็มีน้องๆ อีกหลายๆ คน ที่อยากจะเข้ามาเป็นตำรวจ ก็ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแล้วก็ต้องรับใน เงื่อนไขเราต้อง บริการพี่น้องประชาชน ตามอำนาจหน้าที่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus