ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง อดีต “สฤษฎ์พงษ์” สส.ภูมิใจไทย ปมรุกที่ สปก.
ป.ป.ช. ส่งหนังสือแจ้ง “วัชระ เพชรทอง” ชี้มูล “สฤษฎ์พงษ์ อดีต สส.ภูมิใจไทย” จ.กระบี่ รุกที่ สปก. ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริง ยันส่งศาลฎีกาพิพากษาต่อไป
สรุปสั้น
ป.ป.ช. ส่งหนังสือแจ้ง “วัชระ เพชรทอง” ชี้มูล “สฤษฎ์พงษ์ อดีต สส.ภูมิใจไทย” จ.กระบี่ รุกที่ สปก. ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริง ยันส่งศาลฎีกาพิพากษาต่อไป
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง อดีต “สฤษฎ์พงษ์” สส.ภูมิใจไทย ปมรุกที่ สปก. (70%)
รายละเอียด
ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง อดีต “สฤษฎ์พงษ์” สส.ภูมิใจไทย ปมรุกที่ สปก.
ป.ป.ช. ส่งหนังสือแจ้ง “วัชระ เพชรทอง” ชี้มูล “สฤษฎ์พงษ์ อดีต สส.ภูมิใจไทย” จ.กระบี่ รุกที่ สปก. ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริง ยันส่งศาลฎีกาพิพากษาต่อไป
วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ ปช 0022/0183 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2569 เรื่อง แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงนามโดยนางดวงกมล เจริญรุกข์ วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีการเมืองการปกครอง 1 ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ความว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงหนังสือร้องเรียนของท่าน ฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ท่านได้กล่าวหาร้องเรียน นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่ากระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท. 5 เลขที่สำรวจ 162/49 จำนวน 100 ไร่ และเลขที่สำรวจ 164/49 จำนวน 100 ไร่ ที่ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว มีมติว่า การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิด ฐานไม่ถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 ประกอบข้อ 27 วรรคหนึ่ง และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเสียสละโดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด และฐานไม่รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎร และกระทำการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดการเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศและสภาผู้แทนราษฎร อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรง ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 8 ประกอบข้อ 29 วรรคหนึ่ง และข้อ 10 ประกอบข้อ 29 วรรคสอง ให้เสนอเรื่อง นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป