สังคม

รอยร้อน

ปรากฏการณ์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 1 ออกอาการ “ร้อนตัว” ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น

รอยร้อน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ปรากฏการณ์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 1 ออกอาการ “ร้อนตัว” ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รอยร้อน (70%)

รายละเอียด

ตอกย้ำอุณหภูมิร้อนในท้องทุ่งปทุมวัน ภายหลังเสร็จศึกชิง “เก้าอี้แม่ทัพคนใหม่” ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปนั่งหัวโต๊ะชงมติเอกฉันท์กลางที่ประชุม ก.ตร. เสนอ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 3 ก้าวเสียบตำแหน่งรหัส “พิทักษ์ 1”กระทั่งเกิดปรากฏการณ์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.อาวุโสลำดับ 1 ออกอาการ “ร้อนตัว” ร่อนหนังสือด่วนที่สุด ถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่น ยกเอาบทบัญญัติ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติระบุการโอนต้องเป็นไปโดยความสมัครใจย้ำตลอด 37 ปีในเครื่องแบบสั่งสมประสบการณ์ทั้งงานสืบสวน ป้องกันปราบปราม และอำนวยการ เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ใน ตร.จะเกิดประโยชน์ต่อราชการสูงสุดในช่วงเวลารับราชการที่เหลืออยู่ 2 ปีขอเกษียณในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “ไม่เปิดหลุม” ให้ใครขึ้นนั่งเสียบโควตาตามกลเกม “ใต้น้ำ” ภายในองค์กร“ไม่ว่าจะอยู่ในยศ หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม มีหน้าที่อย่างไรก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้น ควรช่วยเหลือร่วมมือกันให้เกิดผลสัมฤทธิ์แห่งการทำงาน เกิดความสงบสุขแก่ประชาชนมากกว่าที่จะไปคำนึงคิดแต่เรื่องตำแหน่ง” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จำเป็นต้องรีบออกมาดับ “รอยร้อน”ยืนยันไม่เคยทาบทาม หรือพูดคุย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่อย่างใด รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคุยกันในเรื่องดังกล่าว“มีเพียงแต่เคยคุยกับ รอง ผบ.ตร.ทุกท่าน รวมถึงจเรตำรวจแห่งชาติ เรื่องการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสนองนโยบายของรัฐบาล”ควรจะร่วมกัน “สร้างความสามัคคี” ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรนายพลตำรวจรุ่นพี่สะบัดอารมณ์ใส่นายพลรุ่นน้องแบบไร้เยื่อใย.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus