สังคม

เงินเดือนไม่ออก-บริษัทจ่ายไม่ครบ ต้องทำยังไง? เปิดขั้นตอนร้องเรียนออนไลน์-เรื่องที่ลูกจ้างต้องรู้

เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ยังมีข่าวบริษัทใหญ่ค้างจ่ายเงินเดือนมา 4-5 เดือน ทำให้มนุษย์เงินเดือนเริ่มคิดหนักว่า ตามกฎหมายแล้วบริษัททำแบบนี้ได้เหรอ ในฐานะลูกจ้างเราต้องรู้สิทธิหรือเตรียมรับมือยังไง

เงินเดือนไม่ออก-บริษัทจ่ายไม่ครบ ต้องทำยังไง? เปิดขั้นตอนร้องเรียนออนไลน์-เรื่องที่ลูกจ้างต้องรู้
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ยังมีข่าวบริษัทใหญ่ค้างจ่ายเงินเดือนมา 4-5 เดือน ทำให้มนุษย์เงินเดือนเริ่มคิดหนักว่า ตามกฎหมายแล้วบริษัททำแบบนี้ได้เหรอ ในฐานะลูกจ้างเราต้องรู้สิทธิหรือเตรียมรับมือยังไง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เงินเดือนไม่ออก-บริษัทจ่ายไม่ครบ ต้องทำยังไง? เปิดขั้นตอนร้องเรียนออนไลน์-เรื่องที่ลูกจ้างต้องรู้ (70%)

รายละเอียด

#ร้องเรียน บริษัท จ่าย เงินเดือน ช้า

#ร้องเรียน บริษัท ไม่ จ่าย ค่าแรง

#ร้องเรียน ไม่ จ่าย เงินเดือน

#ร้องเรียน เงินเดือน ไม่ออก

#บริษัทไม่จ่ายเงินเดือน

#กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เงินเดือนไม่ออก-บริษัทจ่ายไม่ครบ ต้องทำยังไง? เปิดขั้นตอนร้องเรียนออนไลน์-เรื่องที่ลูกจ้างต้องรู้

อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68

เปิดเส้นทาง “แอนนาเบล คชนันทน์” ผู้ออกแบบชะตาการเงิน ที่ตระกูลเศรษฐีต้องการตัว

ช่วงนี้มีหลายบริษัทประกาศเลิกจ้างกะทันหัน บางคนยังมีงานทำก็อาจได้เงินเดือนไม่ครบ หรือหนักกว่านั้นบางบริษัทขนาดใหญ่ค้างจ่ายเงินเดือนพนักงานมา 4-5 เดือน เรื่องแบบนี้เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง จนเหล่ามนุษย์เงินเดือนเริ่มตั้งคำถามว่า ตามกฎหมายแล้วบริษัททำแบบนี้ได้เหรอ ในฐานะลูกจ้างเราต้องรู้สิทธิหรือเตรียมรับมือยังไงได้บ้าง

บริษัทขอเลื่อนจ่ายเงินเดือน-จ่ายไม่ครบ ทำได้ไหม?

ทำงานก็ต้องมีค่าตอบแทน ที่สำคัญคือตามกฎหมายระบุว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างและอื่นๆ ตามกำหนดเวลา ถ้าไม่จ่าย หรือจ่ายไม่ตรงเวลาที่ตกลงกันไว้ถือว่าผิดกฎหมายแรงงาน โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก FlowAccount สรุปไว้ใน 3 กรณีหลัก

1. ค้างจ่ายเงินเดือน

กรณีนี้ผิดต่อหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ) ถ้านายจ้างไม่ทำตามจะมีบทลงโทษ 3 ข้อคือ

1.1 ดอกเบี้ย นายจ้างต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ลูกจ้างในอัตรา 15% ต่อปี ของยอดเงินที่ค้างจ่าย

1.2 เงินเพิ่ม หากนายจ้างจงใจไม่จ่ายเงินโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างอีกร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่าย ทุก ๆ 7 วัน

1.3 โทษอาญา หากพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน แต่เพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม นายจ้างอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ขอจ่ายเงินเดือนล่าช้า

กรณีนี้นายจ้างสามารถ "ทำได้" แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างอย่างถูกต้อง ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ลูกจ้างรับทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องระบุเหตุผลและวันที่คาดว่าจะจ่ายให้ชัดเจนในกรณีที่ลูกจ้าง ไม่ยอมให้จ่ายเงินเดือนช้า และบริษัทเลื่อนเวลาจ่ายเองลูกจ้างก็มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้ตามกฎหมายที่ 15% ต่อปี

3. ขอจ่ายบางส่วน ไม่ครบ 100%

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะตามกฎหมายแล้วนายจ้างจะหักเงินได้แค่บางกรณี เช่น ค่าภาษี, ประกันสังคม, หรือ การชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงกันไว้ ยิ่งถ้าหักเงินโดยไม่มีเหตุผลอันควรถือว่า ทำผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 ไปเต็มๆ แต่ในบางกรณีที่มีการขอจ่ายเงินเดือนบางส่วน เช่น บริษัทขอจ่ายเงินเดือน 50% และจะทยอยจ่ายคืนในภายหลัง ยังต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เพราะเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้างงานที่เป็นโทษกับลูกจ้าง

เปิดขั้นตอนร้องเรียน-ทวงเงินเดือนคืน!

ถ้ามีปัญหาเรื่องการทำงาน เราสามารถเข้าไปปรึกษากับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้เสมอ สำหรับกรณี บริษัทไม่จ่าย-ขอเลื่อน-จ่ายเงินเดือนไม่ครบ เราสามารถยื่นเรื่องต่อ “พนักงานตรวจแรงงาน” ได้ทันทีทั้งที่สำนักงานฯ ในท้องที่ หรือยื่นคำร้องผ่าน ระบบออนไลน์ ได้เลย

เบื้องต้นมีการร้องเรียน 2 ระดับที่ลูกจ้างควรรู้

1. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7) ซึ่งจะเริ่มตรวจสอบและพิจารณาคำร้องภายใน 7 วัน โดยจะเรียกนายจ้าง-ลูกจ้าง มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากนั้นพนักงานตรวจแรงงานจะทำคำสั่งเป็นหนังสือภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับคำร้อง (บางเคสอาจมีการขยายเวลาออกไป) ถ้านายจ้างหรือลูกจ้าง ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้น ก็จะไปต่อที่ข้อ 2

2. ศาลแรงงาน ในกรณีที่ “ไม่พอใจ” กับคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างหรือลูกจ้างสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง ซึ่งโดยทั่วไปศาลแรงงานจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับภาระงานและรายละเอียดของคดี

ส่วนการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ต้องมีการเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

1. บัตรประจำตัวประชาชน

2. สลิปเงินเดือน (ถ้ามี)

3. บัญชีธนาคารที่รับเงินค่าจ้าง (ถ้ามี)

4. หลักฐานที่นายจ้างแจ้งว่าจะไม่จ่ายค่าจ้าง/ค้างค่าจ้าง (ถ้ามี)

5. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน/การเลิกจ้าง (ถ้ามี)

6. ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับนายจ้าง ช่องทางการติดต่อ ที่ตั้งสถานที่ทำงานของลูกจ้าง

7. หลักฐานการลงบันทึกเวลาทำงาน (ถ้ามี)

แน่นอนว่า การจะยื่นคำร้องหรือฟ้องศาลฯ กรณีต่างๆ จะมีการระบุอายุความ เช่น

- กรณี เงินจำพวก ค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา (OT), ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด มีอายุความ 2 ปี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) เช่น บริษัท A ไม่จ่ายเงินเดือนงวด 31 ม.ค. 2569 ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องร้องทวงเงินงวดนั้น ภายใน 2 ปี นับจากเงินงวดนั้นควรจะออก เป็นต้น

- กรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แม้ว่า พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 (มาตรา 49) จะไม่ได้กำหนดอายุความเฉพาะไว้ แต่ทางกฎหมายจะใช้หลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งระบุว่า สิทธิเรียกร้องใดๆ ที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้เฉพาะ ให้มีอายุความ 10 ปี (นับตั้งแต่วันที่โดนเลิกจ้าง)

ส่วนคำถามสำคัญว่า เกิดไม่มีสัญญาจ้าง จะทวงเงินเดือนได้ไหม คำตอบคือ “ได้” เพราะตามกฎหมายแล้ว ถ้ามีลักษณะการทำงานให้ มีการจ่ายค่าตอบแทน ก็ถือว่าเกิดการจ้างงานแล้วแต่ลูกจ้างต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆ เช่น สลิปเงินเดือน, แชตที่มีการสั่งงาน ฯลฯ เพื่อยื่นคำร้องก็ได้

สุดท้ายแล้ว ถ้ามีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น หนึ่งในที่ปรึกษาของลูกจ้างอย่างเราคือ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สามารถเข้าไปที่สำนักงานพื้นที่ หรือ โทรสายด่วน 1546 ได้เลย (อาจรอนานหรือสอบถามช่องทาง Facebook ได้)

อ้างอิงข้อมูล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, FlowAccount

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus