สังคม

“ศุภมาส” ยกระดับ สคบ. พลัส เปิดเกมชนทุนใหญ่ สั่งฟ้องแพ่ง 35 คดี บี้คดีรถไฟฟ้า

“ศุภมาส” ไฟเขียวไล่บี้ผู้ประกอบการหัวหมอละเมิดสิทธิประชาชน ยอดพุ่ง 35 คดีรวด จี้ศาลลงโทษหนัก ดึง AI คัดกรองเรื่องร้องทุกข์

“ศุภมาส” ยกระดับ สคบ. พลัส เปิดเกมชนทุนใหญ่ สั่งฟ้องแพ่ง 35 คดี บี้คดีรถไฟฟ้า
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ศุภมาส” ไฟเขียวไล่บี้ผู้ประกอบการหัวหมอละเมิดสิทธิประชาชน ยอดพุ่ง 35 คดีรวด จี้ศาลลงโทษหนัก ดึง AI คัดกรองเรื่องร้องทุกข์

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“ศุภมาส” ยกระดับ สคบ. พลัส เปิดเกมชนทุนใหญ่ สั่งฟ้องแพ่ง 35 คดี บี้คดีรถไฟฟ้า (70%)

รายละเอียด

“ศุภมาส” ยกระดับ สคบ. พลัส เปิดเกมชนทุนใหญ่ สั่งฟ้องแพ่ง 35 คดี บี้คดีรถไฟฟ้า

“ศุภมาส” ไฟเขียวไล่บี้ผู้ประกอบการหัวหมอละเมิดสิทธิประชาชน ยอดพุ่ง 35 คดีรวด จี้ศาลลงโทษหนัก ดึง AI คัดกรองเรื่องร้องทุกข์

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน ที่ประชุม คคบ. ได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 48 เรื่อง โดยมีสาระสำคัญคือการมีมติเห็นชอบให้ดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคจำนวนทั้งสิ้น 35 คดี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่คดีอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ ตลอดจนการซื้อสินค้าทั่วไปและสินค้าออนไลน์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า กว่า 1 ใน 3 ของเรื่องร้องเรียนที่หลั่งไหลเข้ามายัง สคบ. ในปัจจุบันล้วนเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ แทบทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงและความเปราะบางของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่กำลังเผชิญกับปัญหารูปแบบใหม่ ๆ

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า ในบรรดาคดีทั้งหมดมีคดีใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน คือ คดีแพ่งบริษัท สแกนดิเนเวียน ออโต้ จำกัด และบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลและไม่เชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของระบบแบตเตอรี่ และอีกหนึ่งคดีสำคัญคือคดีแพ่งห้างหุ้นส่วนจำกัด สมเด็จโมเดิร์นโฮม ร่วมกับหุ้นส่วนผู้จัดการ ในกรณีผิดสัญญาว่าจ้างทำบ้านน็อกดาวน์และไม่สามารถส่งมอบบ้านได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งทาง คคบ. มีมติเด็ดขาดให้ยื่นฟ้องเพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้บริโภค โดยในส่วนของคดีบ้านน็อกดาวน์ได้มีการเสนอให้ศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติมอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ สคบ. ปรับปรุงองค์กรให้เป็นหน่วยงานที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ภายใต้นโยบาย สคบ. พลัส 5 ด้าน ประกอบด้วย การทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนจะเกิดขึ้นผ่านระบบคลังข้อมูลความเสี่ยงผู้บริโภค การยกระดับศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นระบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว การประสานความร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์ หน่วยงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ ปปง. เพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงอีคอมเมิร์ซอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการนำระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยคัดกรองเรื่องร้องทุกข์และแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนแบบอัตโนมัติ และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นองค์กรสีขาวที่โปร่งใส โดยตั้งเป้าหมายทำคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในส่วนการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกให้ได้เต็ม 100 คะแนน

นางสาวศุภมาส ย้ำเตือนว่า ผู้ประกอบการรายใดที่เอาเปรียบประชาชนจะต้องรับผิดชอบ และผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับเงินคืนครบทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งนโยบายทั้งหมดนี้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ขอฝากเตือนให้ประชาชนตรวจสอบสัญญาและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจวางเงิน โดยเฉพาะการซื้อรถยนต์ การจ้างสร้างบ้าน และการสั่งซื้อของออนไลน์ พร้อมทั้งเก็บหลักฐานการซื้อขายไว้ให้ครบถ้วน หากพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันของ สคบ. ได้ทันที

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus