สังคม

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด

เปิดวิธีลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด พร้อมย้ำผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า จำเป็นจะต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เปิดวิธีลงทะเบียน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด พร้อมย้ำผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า จำเป็นจะต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด (70%)

รายละเอียด

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด

เปิดวิธีลงทะเบียน  "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569"  ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th แบบละเอียด พร้อมย้ำผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า จำเป็นจะต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569

สำหรับเหตุผลความเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินโครงการลงทะเบียนครั้งนี้นั้น เนื่องจากผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน เป็นผู้ลงทะเบียนโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2565 และมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่น และไม่สามารถเข้าโครงการฯ รอบที่ผ่านมาได้

ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Exclusion Error) และเพื่อให้ได้กลุ่มคนที่ถูกต้อง ตรงตามเป้าหมาย สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการฯ โดยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งการดำเนินการควบคู่ถือเป็นการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มเป้าหมาย ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ราคาพลังงานปรับตัวสูง และส่งผลต่อภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

คุณสมบัติและเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา โครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

3. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้

ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ, พนักงานราชการ, พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน), ผู้รับบำเหน็จรายเดือน, ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส

4. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

5. เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

6. เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่

เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์

7. ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

8. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร : มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา / มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อรวมกันกับข้อ 8.2.1 แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่ กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร : มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา / มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อบนแล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

9. ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต

10. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

ทั้งนี้ ฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะเป็นไปตามฐานข้อมูล ณ วันที่คณะกรรมการฯ กำหนด

ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ ต้องทำอย่างไร

สำหรับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่า (ผู้มีสิทธิเดิม) และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ จำเป็นจะต้อง  "ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย"  เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่โดยโครงการกำหนดช่องทางรองรับไว้ 5 ช่องทาง ประกอบด้วย

1. ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

2. ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"

3. เว็บไซต์หลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

4. ผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยฯ

5. ยื่นลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

ทั้งนี้ ธนาคารแต่ละแห่ง จะเปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th

กรณียืนยันการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ จะมีขั้นตอนดังนี้

ผู้ลงทะเบียนเข้าเว็บไซต์หลักของโครงการ ผ่าน URL https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th กดปุ่ม "เริ่มลงทะเบียน" ที่ปรากฏอยู่ที่หน้าจอหลัก พิสูจน์ตัวตนด้วย 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 ใช้แอปพลิเคชัน ThaID วิธีที่ 2 กรอกข้อมูล เลขประจำตัวประชาชน, ชื่อ-นามสกุล, วัน เดือน ปี เกิด, รหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน กรอก "หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ" และยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ กดปุ่ม "ยืนยัน" การลงทะเบียน ระบบจะแสดงข้อความ "ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย"

ประกาศผลการลงทะเบียนวันไหน เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไหร่

การประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ คือวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน แต่ถ้ามีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ หากเป็นผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น หากเป็นบุคคลดังกล่าว ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดยสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

ลงทะเบียนไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ต้องทำอย่างไร

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. ผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

2. ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

3. ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

4. ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"

ภายหลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ หากพบว่า "ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ" ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด และประสงค์จะให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้ง ผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยการดำเนินการได้ผ่านช่องทาง

1. เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

2. แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบได้ทันที)

3. ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล"

อ้างอิง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus