การเมือง

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ผลงานสายด่วน 1441 ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหาย ย้ำหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ โชว์ผลงานสายด่วน AOC 1441 ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหายรวดเร็ว ย้ำหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่มีข้อยกเว้น

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ผลงานสายด่วน 1441 ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหาย ย้ำหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ โชว์ผลงานสายด่วน AOC 1441 ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหายรวดเร็ว ย้ำหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่มีข้อยกเว้น

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ผลงานสายด่วน 1441 ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหาย ย้ำหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม (70%)

รายละเอียด

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ผลงานสายด่วน 1441 ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหาย ย้ำหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม

รัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ โชว์ผลงานสายด่วน AOC 1441 ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน ตัดวงจรหลอกลวง สกัดความเสียหายรวดเร็ว ย้ำหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่มีข้อยกเว้น

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยึดหลักสำคัญของนายกรัฐมนตรี คือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ใครเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือขบวนการที่สร้างความเสียหายให้ประชาชน ต้องถูกตรวจสอบตามพฤติการณ์ ไม่ดูชื่อ ไม่ดูเส้นสาย และไม่ยกเว้นให้ผู้มีอิทธิพลหน้าไหน

โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่เพียงช่องทางรับแจ้งเหตุ แต่เป็นศูนย์ประสานงานเร่งด่วนระหว่างประชาชน ตำรวจ สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานด้านดิจิทัล เพื่อหยุดความเสียหาย อายัดเส้นทางเงิน และส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโดยเร็ว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากข้อมูลผลการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 พบว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2568 มีสายโทรเข้า 851,495 สาย เฉลี่ย 3,519 สายต่อวัน ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569 มีสายโทรเข้าเพิ่มเป็น 966,125 สาย เฉลี่ย 3,992 สายต่อวัน สะท้อนว่าประชาชนใช้ช่องทางนี้เป็นที่พึ่งเมื่อตกเป็นเหยื่อหรือพบความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์

ในด้านการแจ้งระงับบัญชีร่วม ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - กันยายน 2568 มีจำนวน 355,381 สาย เฉลี่ย 1,469 สายต่อวัน และช่วงเดือนตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569 เพิ่มเป็น 362,472 สาย เฉลี่ย 1,498 สายต่อวัน แสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันของศูนย์ AOC 1441 กับสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญในการสกัดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า แม้จำนวนการรับแจ้งและการประสานงานเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับลดลง จาก 14,365.97 ล้านบาท ในช่วงกุมภาพันธ์ - กันยายน 2568 เหลือ 12,155.87 ล้านบาท ในช่วง ตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569 หรือลดลง 15.38% เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า เมื่อประชาชนเข้าถึงช่องทางช่วยเหลือเร็วขึ้น การสกัดกั้นความเสียหายก็ทำได้เร็วขึ้น

นอกจากการช่วยเหลือผู้เสียหาย รัฐบาลยังเดินหน้าปิดช่องทางผิดกฎหมายและเว็บพนันออนไลน์ด้วย โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2566 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีการปิดเว็บเถื่อนและเว็บหลอกลวงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปีงบประมาณ 2566 ที่มีคำสั่งศาล 48 รายการ และประสานแพลตฟอร์ม 10,394 รายการ เพิ่มเป็นปีงบประมาณ 2569 ที่มีคำสั่งศาล 41 รายการ และประสานแพลตฟอร์ม 52,906 รายการ ส่วนเว็บพนันออนไลน์เพิ่มจาก 2,059 รายการในปี 2566 เป็น 629,711 รายการในปี 2569

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะปลายทาง แต่เร่งตัดวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่ช่องทางหลอกลวง แพลตฟอร์มผิดกฎหมาย เส้นทางการเงิน ไปจนถึงเครือข่ายผู้กระทำผิด และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เข้มข้น และทันเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ การรับแจ้งเหตุ การอายัดบัญชี การติดตามเส้นทางเงิน และการดำเนินคดีต้องเร็วกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีรัฐเป็นที่พึ่ง และผู้กระทำผิดต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า หากตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ ถูกหลอกโอนเงิน ถูกหลอกลงทุน หรือสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ขอให้รีบโทรสายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ทันที เพราะทุกนาทีมีความหมายต่อการสกัดเส้นทางเงิน ลดความเสียหาย และเพิ่มโอกาสนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus