สังคม

"ทรัมป์" เมิน ข้อเสนออิหร่าน ผลโพลคนมะกัน มองการทำสงครามผิดพลาด

“ทรัมป์” โวไม่หยุด สุดภูมิใจแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงเรือพิฆาตยูเอสเอส สปรูแอนซ์บุกยึดเรือตูสกา ติดธงอิหร่าน พร้อมยอมรับมีความก้าวหน้าในการเจรจายุติสงคราม

"ทรัมป์" เมิน ข้อเสนออิหร่าน ผลโพลคนมะกัน มองการทำสงครามผิดพลาด
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ทรัมป์” โวไม่หยุด สุดภูมิใจแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงเรือพิฆาตยูเอสเอส สปรูแอนซ์บุกยึดเรือตูสกา ติดธงอิหร่าน พร้อมยอมรับมีความก้าวหน้าในการเจรจายุติสงคราม

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

"ทรัมป์" เมิน ข้อเสนออิหร่าน ผลโพลคนมะกัน มองการทำสงครามผิดพลาด (70%)

รายละเอียด

“ทรัมป์” โวไม่หยุด สุดภูมิใจแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงเรือพิฆาตยูเอสเอส สปรูแอนซ์บุกยึดเรือตูสกา ติดธงอิหร่าน พร้อมยอมรับมีความก้าวหน้าในการเจรจายุติสงคราม แต่ยังไม่พอใจข้อเสนอใหม่จากอิหร่าน โดยย้ำไม่ยอมให้มีอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ผลโพลคนสหรัฐฯส่วนใหญ่มองการทำสงครามอิหร่านเป็นความผิดพลาด และมองว่าอิสราเอลมีอิทธิพลต่อกลาโหมสหรัฐฯมากเกินไป รวมถึงไม่เชื่อว่าข้อตกลงสันติภาพจะยับยั้งอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สถานการณ์ความขัดแย้งรวมทั้งการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงคลุมเครือ ไม่แน่ชัดว่าจะจบลงอย่างไร โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงสภาคองเกรสยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องขออนุมัติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน แม้จะครบระยะเวลา 60 วัน ตามกฎหมาย War Powers Resolution ปี 2516 ที่กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสภายใน 60 วัน หากมีการส่งกองทัพไปทำสงคราม ทรัมป์อ้างว่าได้สั่งหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. เพื่อหยุดนาฬิกาของกฎหมาย War Powers Resolution และมีการขยายเวลาออกไป พร้อมระบุว่าไม่มีการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น ดังนั้นความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.ถือว่าได้ยุติลงแล้วทรัมป์ยืนยันในหนังสือดังกล่าวด้วยว่า ตนมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่จะสั่งการกองทัพไปปฏิบัติภารกิจตามนโยบายด้านต่างประเทศต่อไป อย่างไรก็ตามแม้จะอ้างว่าสงครามจบลงแล้ว แต่ก็ยังย้ำว่าอิหร่านยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสหรัฐฯ ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าข้อกำหนดเรื่องการขออนุมัติสภาภายใน 60 วันนั้น เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และอ้างผิดๆว่าไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนทำมาก่อน ทั้งที่ในอดีตมีการขออนุมัติในสงครามอ่าวหรือสงครามอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งในอิรักและอัฟกานิสถานมาแล้วอย่างไรก็ตาม แม้ในเอกสารจะบอกว่าการสู้รบยุติลงแล้ว แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทรัมป์กลับกล่าวสุนทรพจน์ที่งานเลี้ยงอาหารค่ำของเดอะ ฟอรัม คลับ ออฟ เดอะ ปาล์ม บีชเชส องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เน้นประเด็นด้านการเมืองและกิจการสาธารณะ ซึ่งเป็นเวทีทรงอิทธิพลระดับสูงในรัฐฟลอริดา เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปีการก่อตั้ง ที่ศูนย์ศิลปะการแสดงคราวิส ใจกลางเมืองเวสต์ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยระบุว่าสหรัฐฯกำลังอยู่ในสงคราม พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ส่วนประเด็นข้อตกลงกับอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯอาจจะได้รับผลประโยชน์มากกว่า หากไม่มีการทำข้อตกลงใดๆกับอิหร่าน เนื่องจากมองว่าการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานเกินไปไม่ใช่เรื่องดี ผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่พลาดโอกาสปล่อยมุกตลกเรื่องการยึดคิวบา โดยพูดแบบทีเล่นทีจริงว่ากองทัพสหรัฐฯสามารถแวะเข้ายึดครองคิวบาได้ในระหว่างเดินทางกลับจากสงครามอิหร่าน โดยอาจจะใช้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งทรัมป์อ้างว่าเป็นลำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไปจอดห่างจากชายฝั่งคิวบาเพียง 100 หลา พร้อมพูดเย้ยหยันผู้นำคิวบาด้วยว่าคงจะขอยอมแพ้เมื่อเห็นกองเรือสหรัฐฯผู้นำสหรัฐฯยังบรรยายเหตุการณ์ที่เรือพิฆาตยูเอสเอสสปรูแอนซ์เข้าบุกยึดเรือตูสกา ติดธงอิหร่าน ขณะพยายามฝ่าด่านปิดล้อมทางทะเลเพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรืออิหร่านเมื่อเดือนที่แล้วด้วยความภาคภูมิใจในแสนยานุภาพ เล่าว่ากองทัพสหรัฐฯได้ยิงเข้าไปในห้องเครื่องของเรือลำดังกล่าว หลังจากเรือหยุดนิ่งว่า สหรัฐฯใช้เรือลากจูงและส่งกำลังไปบนเรือเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด พร้อมทั้งยึดเรือ ยึดสินค้าและน้ำมัน ยังบอกว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างงดงาม พร้อมเปรียบเทียบอย่างติดตลกว่าสหรัฐฯ ทำตัวเหมือนเป็นโจรสลัด สอดคล้องกับคำประณามของอิหร่านก่อนหน้านี้ที่ว่าสหรัฐฯเป็นโจรสลัดทั้งทางอากาศและทางน้ำ พร้อมออกคำเตือนจะตอบโต้และล้างแค้นสหรัฐฯในเร็วๆนี้ก่อนหน้านี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเรื่องความคืบหน้าล่าสุด หลังจากอิหร่านเพิ่งส่งข้อเสนอใหม่ผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน แต่ตนยังไม่พอใจกับข้อเสนอใหม่ ต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ยอมรับว่าการพูดคุยกับอิหร่านมีความก้าวหน้า ปัจจุบันการเจรจาทั้งหมดทำผ่านทางโทรศัพท์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปถึงจุดที่ยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนี้ทรัมป์ยังย้ำความเชื่อว่าบรรดาผู้นำอิหร่านกำลังขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง ขาดเอกภาพและแบ่งออกเป็น 2-4 กลุ่ม อย่างไร ก็ตาม ทรัมป์ได้กล่าวทิ้งท้ายว่าไม่ว่าภายในจะเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายในอิหร่านต่างก็ต้องการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ สวนทางกับเจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันบรรดาผู้นำอิหร่านยังคงมีความเป็นปึกแผ่นภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านทั้งการทำสงครามและการเจรจาส่วนนางแอนนา เคลลี โฆษกหญิงของทำเนียบขาว ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ของอิหร่าน ระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยการสนทนาทางการทูตที่เป็นความลับได้ แต่ย้ำจุดยืนชัดเจนของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อรับประกันความมั่นคงของสหรัฐฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯออกประกาศเตือนบริษัทขนส่งทางเรือทั่วโลกว่า หากมีการจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าผ่านทางให้กับอิหร่านในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลปกติ สินทรัพย์ดิจิทัล หรือแม้แต่การบริจาคให้องค์กรอย่างสภากาชาดอิหร่าน จะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรอย่างรุนแรงผลสำรวจล่าสุดจากหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ร่วมกับเอบีซี นิวส์ และอิปซอส เกี่ยวกับมุมมองของชาวอเมริกันต่อวิกฤติสงครามอิหร่าน พบว่าชาวอเมริกันผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ จำนวนร้อยละ 61 เชื่อว่าการใช้กำลังทหารต่ออิหร่านเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นความผิดพลาด มีเพียงร้อยละ 36 มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ร้อยละ 52 มองว่าอิสราเอลมีอิทธิพลมากเกินไปต่อการตัดสินใจ ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯในการเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งนี้ และร้อยละ 65 ไม่เชื่อมั่นว่าข้อตกลงสันติภาพจะสามารถยับยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้จริง นอกจากนี้ ประชาชนยังมีความเห็นแตกเป็นสองฝ่ายเกือบเท่าๆกัน คือร้อยละ 48 ต่อ 46 ว่ารัฐบาลควรยอมรับข้อตกลงสันติภาพแม้จะเสียเปรียบ หรือควรเดินหน้ากดดันอิหร่านต่อไปแม้จะเสี่ยงต่อการเกิดสงครามอีกครั้งก็ตามอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus