สังคม

ส่องรถใหม่แบรนด์จีน โผล่ปลายปี ไม่ใช่มาแค่....รับน้อง

ส่องกองทัพรถใหม่จีนครึ่งหลังปี 2026! จัดเต็มทั้ง EV และ PHEV รุ่นเด็ดเตรียมถล่มตลาด เช็กไลน์อัปคันที่ใช่ก่อนเผยโฉมจริงปลายปีนี้

ส่องรถใหม่แบรนด์จีน โผล่ปลายปี ไม่ใช่มาแค่....รับน้อง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ส่องกองทัพรถใหม่จีนครึ่งหลังปี 2026! จัดเต็มทั้ง EV และ PHEV รุ่นเด็ดเตรียมถล่มตลาด เช็กไลน์อัปคันที่ใช่ก่อนเผยโฉมจริงปลายปีนี้

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ส่องรถใหม่แบรนด์จีน โผล่ปลายปี ไม่ใช่มาแค่....รับน้อง (70%)

รายละเอียด

ถ้าย้อนกลับไปดูสถิติมหากาพย์ยอดจองรถยนต์รุ่นใหม่ภายในงาน Motor Show 2026 ที่ผ่านมา เม็ดเงินและใบจองเทไปฝั่งค่ายจีนแบบถล่มทลายโหดร้ายสุดรวมกันกว่า 62% ของทั้งงาน ค่ายที่คนพูดถึงกันหนาหูไม่ใช่แค่ BYD จอมศึกผู้เปิดสงครามราคาเจ้าเก่า แต่กลายเป็นกลุ่มน้องใหม่อย่าง OMODA & JAECOO ของเฮีย บิล จาง ประธาน OJ Thailand ที่ทำตัวเลขปาดขึ้นมาติด Top 3 ด้วยยอดจองกว่า 15,000 คัน พ่วงด้วยกองทัพยานยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริดจาก Geely, Changan (Deepal/Nevo) และ Chery ล่าสุดOJ จัดของลงอาคมด้วยเอสยูวีทรงกล่องที่แม้แต่คนไม่ชอบรถจีนยังต้องหันมามองอย่าง Jaecoo 6T REEV 4WD มอเตอร์คู่ กดราคาต่ำล้าน จูนช่วงล่างมาโดนใจสื่อหลายคนรวมถึงผมเองก็โดนตกด้วยแบบไม่อาจรอดตัว คนที่หาว่าอวย ลองหาเวลาว่างไปขับทดสอบด้วยใจเป็นกลางดูก็จะรู้เองว่าที่บอกมานั้น จริง หรือ อวย ทางตันและชะตากรรมของดีลเลอร์ฝั่งญี่ปุ่นบางแบรนด์ กลายประเด็นหลังบ้านที่ขมขื่นแต่คนสนใจกันพอสมควร ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ ส่อแววหดตัวลงอย่างน่าใจหายในบางเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถทำมาหากินอย่างรถกระบะที่ดำดิ่งเหวลึกจากความเข้มของสถาบันการเงินบวกหนี้ครัวเรือนของตาย จนศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกมาเตือนเลยว่า ดีลเลอร์ของค่ายที่ไม่มีฐานผลิตในไทย หรือค่ายที่ปรับตัวช้าอุ้ยอ้าย วิ่งตามเทคโนโลยีไม่ทัน กำลังเผชิญความเสี่ยงสูงมากที่จะต้องปิดกิจการ หรือเปลี่ยนไปขายแบรนด์จีนที่เริ่มได้รับความนิยม ภายในปี 2569 - 2570 นี้ สิ่งที่เกิดขึ้น แทนที่ค่ายใหญ่บางค่ายจะเร่งอัดออปชันหรือปรับโครงสร้างราคาอัดของดีๆลงมาสู้หน้างาน กลับเลือกที่จะเปลี่ยนป้ายโลโก้ รีแบรนดิ้งโชว์รูมใหม่ ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ดีลเลอร์รอดจากการโดนรถจีนแย่งส่วนแบ่งตลาด ตอนนี้จึงเริ่มมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าดีลเลอร์สายเลือดซามูไรหลายราย เริ่มถอดใจและเตรียมถอนตั๋วข้ามฟากไปขายรถจีนกันเป็นแถวเพื่อความอยู่รอด สำหรับกองทัพรถใหม่ป้ายแดงจากแบรนด์จีนที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดรถไทยในช่วงกลางปีไปจนถึงปลายปี 2569 นี้ ถ้าตัดพวกรุ่นย่อยเล็ก ๆ ออกไป ตัวหลักที่น่าสนใจ มีทั้งเปิดตัวไปแล้ว และรอเปิดตัว/ส่งมอบอย่างเป็นทางการ คือ 1. BYD / DENZA (เน้นเขย่าเซกเมนต์ใหญ่) BYD SEALION 8 เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด DMi ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง ท้าชนกลุ่ม PPV และ SUV ยุโรปโดยตรง BYD TI7 ระบบเสียบปลั๊ก ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อ DMi แว่วว่าจะทำราคาแบบบดขยี้ตลาดรถน้ำมัน ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): ใช้ระบบ DM-p (Dual Mode Performance) ผสานเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 600 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5-4.8 วินาที DENZA B5 แบรนด์หรูในเครือ BYD ส่งรถอเนกประสงค์ขนาดกลางไซล์ประมาณ Toyota Prado ลงมารุกฆาตกลุ่มพรีเมียม DENZA B5 ระบบขับเคลื่อนขุมพลัง ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เครื่องยนต์ เบนซินขนาด 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวมสูงสุดถึงระดับประมาณ 505 กิโลวัตต์ หรือเกือบ 687 แรงม้าแพลตฟอร์ม ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสายลุยอย่าง DMO (Dual Mode Off-Road) ระบบช่วงล่างถุงลม/ไฮดรอลิก ปรับระดับความสูงได้สูงสุดถึง 310 มม. DENZA Z9 GT รถสปอร์ตชูตติ้งเบรกตัวแรง ทรงหรูหราคลาสสิก ที่จะเข้ามาสร้างภาพลักษณ์ความเหนือชั้นด้านสมรรถนะ อันนี้ ต้องดูว่า จะมาจริงหรือแค่กระแสสร้างความน่าเกรงขามของ BYD ที่มักจะทำอะไรแหวกแนวอยู่เสมอ รถสปอร์ตพรีเมียมจากแบรนด์ในเครือ BYD เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่: ขุมพลังไฟฟ้า 100% (BEV) มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (ด้านหน้า 1 ตัว, ด้านหลัง 2 ตัว) กำลังรวมสูงสุดทะลุระดับ 952 - 1,140 แรงม้า เทคโนโลยีการควบคุมแรงบิดและควบคุมทิศทางขั้นสูง และขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV / DM-i) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังจัดจ้าน พร้อมระยะทางขับขี่รวมที่ไปได้ไกลหลักพันกิโลเมตรต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มถัง2. ค่าย CHANGAN / NEVO กับกลยุทธ Double Strategy NEVO Q05 ครอสโอเวอร์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยวขับหน้า ตัวความหวังที่เปิดราคามาสะเทือนใจค่ายญี่ปุ่น (ราคาประมาณ 5.99 - 6.79 แสนบาท) เริ่มบุกตลาดวางขาย เปิดให้ทดลองขับและส่งมอบจริงจังในครึ่งปีหลัง ตัวนี้ ประกอบในไทย ราคาเลยดูแล้วน่ารักเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องดูว่า การประกอบไทย Changan จะใช้ซัพพลายเออร์ไทยได้มากขนาดไหน AVATR 06T แบรนด์ลักชัวรีอีวีในเครือ Changan เตรียมส่ง รถ GT Grand Touring ดีไซน์ล้ำยุคตัวนี้มาเขย่าตลาดพรีเมียมช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน ตัวเป็นๆ ไปเห็นและลองขับสั้นๆมาแล้วที่โฉงฉิ้ง รวมถึงยังไปงานเปิดตัว 06T ที่ปักกิ่งออโตโชว์ 2026 เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจในการทำแบรนด์หรูของรัฐบาลจีนแล้ว มีหนาวเลยกับตัวเลขเงินทุนที่ใช้ทั้งการพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และการทำพีอาร์ คือถ้าไม่หนาจริง ไม่มีทางทำได้แบบนี้ AVATR 06T มาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน Changan, Huawei และ CATL แบ่งระบบขับเคลื่อนออกเป็นรุ่นย่อย รุ่นเริ่มต้น Dual Motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 683 แรงม้ารุ่นท็อปตัวแรง Tri-Motor ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 3 มอเตอร์ มอเตอร์หน้า 1 ตัว และมอเตอร์หลัง 2 ตัว ให้พละกำลังรวมสูงสุด 955 - 968 แรงม้า แรงบิด 1,020 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. ใน 2.78 วินาที ระยะทางขับขี่ วิ่งได้ระยะทางสูงสุดราว 710 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง มาตรฐาน NEDC3. CHERY และแบรนด์ในเครือ OMODA & JAECOO OMODA C4 EV (หรือ OMODA E5 ในบางตลาด) เอสยูวีไฟฟ้า 100% ทรงสปอร์ตคูเป้ คาดว่าเตรียมจะเคาะราคาขายจริงจังช่วงกลางถึงปลายปีนี้ หลังจากกวาดยอดจองตุนไว้เพียบ ทรงของรถนั้นสวยงามเอาเรื่อง ทำเอารถยุโรปบางโมเดลดูเก่าไปเลย C4 EV ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD - Front-Wheel Drive มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) / แรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ แบตเตอรี่ขนาดความจุ 50.6 kWh 4. GEELY (ยักษ์ใหญ่ที่เริ่มขยับทัพในไทย) Geely Starray EM-i รถ SUV รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ EM-i คาดหมายช่วงกลาง-ปลายปี 2569 Geely Starray EM-i ใช้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (EM-i Super Hybrid) ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 99 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 217 แรงม้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 262 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า ผ่านระบบเกียร์ไฮบริดแบบ DHT 3 สปีด ประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วยอัตราสิ้นเปลืองเพียง 2.4 ลิตร ต่อ 100 กม. [ หัวใจสำคัญของ Geely Starray EM-i คือระบบขับเคลื่อนแบบผสานพลังอัจฉริยะ ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 99 แรงม้า 73 กิโลวัตต์ แรงบิด 125 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้กำลัง 217 แรงม้า 160 กิโลวัตต์ แรงบิด 262 นิวตันเมตร กำลังรวม (System Output) สูงสุดที่ 262 แรงม้า (193 กิโลวัตต์) แรงบิด 262 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที ระบบส่งกำลัง เกียร์ไฮบริดเฉพาะแบบ DHT 1-3 สปีด แบตเตอรี่ LFP ขนาด 18.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางโหมดไฟฟ้าล้วน ขับขี่ได้ไกลสุดประมาณ 83 กม. (มาตรฐาน WLTP) ระยะทางรวมสูงสุด 943 กม. ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็มและน้ำมันเต็มถัง 5. ค่าย GAC AION GAC AION I60 รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% พิกัดกลาง ที่จะเข้ามาเติมเต็มเซกเมนต์รถเก๋งเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดน้ำมัน ระบบขับเคลื่อนของ GAC AION i60 มีจุดเด่นที่มาพร้อม 2 ทางเลือกขุมพลัง คือแบบไฟฟ้าล้วน และแบบไฟฟ้าขยายระยะทาง REEV เน้นการทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ปั่นไฟใส่แบตฯ ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและตอบสนองฉับไว รุ่นไฟฟ้าล้วน (BEV - Battery Electric Vehicle) มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 201 - 245 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) Aion i60 เลือกระบบขับเคลื่อนได้ระหว่างไฟฟ้าหรือ EREV แบตเตอรี่: ความจุ 75 kWh ทำระยะทางสูงสุด 650 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) รุ่นไฟฟ้าขยายระยะทาง (EREV - Extended-Range Electric Vehicle) ส่งกำลังขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 241 แรงม้า (180 kW) เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร (99 แรงม้า) ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ (Generator) ไม่ได้ส่งกำลังลงสู่ล้อโดยตรง โหมดไฟฟ้าล้วน 210 กิโลเมตร และเมื่อรวมกับน้ำมันในถัง จะเดินทางได้ไกล 1,240 กิโลเมตร ครึ่งปีหลังนี้รถจีนรุ่นใหม่ป้ายแดงที่ถูกส่งลงทำตลาดในไทย ไม่ได้มาแค่รถเก๋งเล็กหรือ SUV แต่จงใจส่งทั้ง เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV/EREV) เพื่อมาอุดรอยต่อสำหรับคนที่ไม่พร้อมใช้ไฟฟ้า 100% และส่ง SUV ขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง/รถพรีเมียม เข้ามาถล่มเซกเมนต์ทำเงินตัวสุดท้ายของค่ายญี่ปุ่นแบบไม่ให้ตั้งตัวผลลัพธ์ของวิธีคิดที่เชื่องช้าและติดภาพจำความสำเร็จเก่า ๆ จึงกลายมาเป็นกระแสข่าวลือหนาหูในเวลานี้ ว่าดีลเลอร์เก่าแก่สายเลือดญี่ปุ่นหลายรายเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว ทนดูยอดขายหดตัวไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้อีกแล้ว และกำลังเตรียมที่จะตัดใจถอนสมอเรือเพื่อข้ามฟากไปจับมือเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับแบรนด์จีนเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในช่วงปี 2569 - 2570 นี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาดและผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์ของตัวเองทั้งนั้นอาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus