สังคม

หนุ่มร้านกัญชา เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้าย ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด

สุดกร่าง "หนุ่มร้านกัญชา" เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

หนุ่มร้านกัญชา เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้าย ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สุดกร่าง "หนุ่มร้านกัญชา" เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

หนุ่มร้านกัญชา เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้าย ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด (70%)

รายละเอียด

หนุ่มร้านกัญชา เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้าย ยืนยันเอาผิดให้ถึงที่สุด

สุดกร่าง "หนุ่มร้านกัญชา"  เปิดสาเหตุ "แก๊งบิ๊กไบค์" รุมทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

จากกรณี แก๊งบิ๊กไบค์สุดกร่าง บุกทำร้ายพนักงานร้านกัญชากลางเมืองเชียงใหม่ สั่งให้คลานเข้ามากราบเท้า ก่อนเตะเสยปลายคางและกระทืบซ้ำเจ็บ พร้อมให้ลูกน้องอัดคลิป ต่อมาตำรวจ สภ.ช้างเผือก จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 ราย พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก และเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดี

ล่าสุด วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านกัญชาใกล้กับตลาดประตูช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสภาพเป็นซอยเล็ก แต่มีกล้องวงจรปิดจากร้านค้าและโรงแรมหลายตัวด้วยกัน ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้

ทางด้าน นายชัย อายุ 21 ปี หนุ่มร้านกัญชาที่ถูกทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ต้องไปอาศัยอยู่ที่ร้านกัญชาแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดกลัว พร้อมกับพาร่างอันสะบักสะบอมที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก มีแผลปูดบวมที่ใบหน้า ศีรษะ และตามร่างกาย โดยเฉพาะที่ใบหน้าและศีรษะมีอาการบวมช้ำเหมือนมีเลือดคั่ง รวมทั้งมีแผลเย็บที่ ศีรษะ แผลที่ใบหน้าซึ่งโดนพอต-บุหรี่ไฟฟ้า กระแทกเข้าตามใบหน้าหลายแห่ง ส่วนตามตัวก็มีบาดแผลถลอกและปวดระบมตามร่างกาย ตอนนี้ก็กินยาและนอนพัก แต่มีอาการปวดหัว ซึ่งต้องรอดูอาการผลข้างเคียง แม้ว่าตรวจเอกซเรย์สมองแล้ว

นายชัย เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านั้น ตนเองได้ใช้แอปหาคู่พูดคุยกับหญิงสาว จนมาพบกับหญิงคนหนึ่ง ต่างคนก็บอกว่าตนเองโสด ไม่มีแฟน จึงได้พูดคุยกันต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง

กระทั่งเมื่อประมาณวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตนเองได้รับการนัดหมายจากผู้หญิงให้ซื้อของและนำไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง จึงได้ขึ้นไปหาที่ห้องที่ได้มีการแชตคุยกันและบอกเลขห้องให้ไปหา หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปในห้องและพูดคุยกันได้สักประมาณครึ่งชั่วโมง ปรากฏว่ามีคนมาเคาะห้องหลายครั้ง จนกระทั่งผู้หญิงบอกว่าแฟนพี่มา ให้ไปหลบอยู่ที่ระเบียงห้อง

หลังจากนั้นพอเปิดประตู พบว่ามีชายร่างใหญ่หลายคนเข้ามา หนึ่งในนั้นเป็นแฟนของผู้หญิงถือมีดเข้ามาด้วย ตนเองเห็นว่าไม่ปลอดภัย จึงยอมตัดสินใจเสี่ยงตายกระโดดลงจากระเบียงห้องชั้น 5 โชคดีที่มีกันสาดและรางระบายน้ำช่วยรับ จึงทำให้บาดเจ็บเล็กน้อยก่อนที่จะหลบหนีมา หลังจากนั้นผู้หญิงที่พูดคุยด้วยก็ได้บล็อกแชตทุกช่องทาง ตนเองก็คิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแล้ว ก็กลับมาทำงานที่ร้านกัญชาตามปกติ

กระทั่งกลางดึกของวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น โดยทางกลุ่มของแก๊งบิ๊กไบค์ได้ขับรถมาจอดหน้าร้านขวางซอย และลงมากันประมาณ 5-6 คน มีทั้งอาวุธมีดและอาวุธปืน เรียกตนเองซึ่งกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าร้านเข้าไปหา แล้วก็มีการข่มขู่บังคับให้ตนเองคลานเข้าไปกราบและขอโทษ จนกระทั่งมีการทำร้ายร่างกายตนเอง เริ่มจากการเตะเสยเข้าที่ใบหน้าและคางจนมีอาการมึน หลังจากนั้นก็กระทืบซ้ำ หัวกระแทกกับพื้นหลายครั้ง มีบางช่วงใช้บุหรี่ไฟฟ้ากระแทกเข้าที่ใบหน้าและทำร้ายตามร่างกาย จนตนเองสลบไป

หลังจากนั้น เจ้าของร้านกัญชาที่ตนเองทำงานอยู่ก็มาช่วยระงับเหตุ ซึ่งก่อนที่จะหลบหนีไปได้มีหนึ่งในลูกน้องของแก็งค์ได้พยายามนำเงิน 1 พันบาท มาโยนให้เพื่อขอให้จบเรื่องไม่แจ้งความด้วย โดยกลุ่มคนที่ทำร้ายยังได้เอาเมมโมรี่จากกล้องวงจรปิดของหน้าร้านไปด้วย แต่อาจจะไม่ทันสังเกตว่าบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดของโรงแรมและร้านต่าง ๆ อีกหลายตัว หลังเกิดเหตุจึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้รับรายงานว่าตอนนี้สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วบางส่วน

ตอนนี้ตนเองยังมีความหวาดกลัวว่าจะมีกลุ่มคนมาติดตามทำร้ายร่างกายเพิ่มเติม จึงไม่กล้ากลับบ้านและที่พักของตนเอง แม้ตำรวจจะจับกุมดำเนินคดีแล้วแต่พบว่าหลังแจ้งข้อหามีการปล่อยตัวออกมาแล้ว

ทั้งนี้ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะตนเองได้รับความเสียหายและได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แม้ว่าทางตำรวจจะแจ้งข้อหาในเบื้องต้นกับผู้ก่อเหตุไปแล้ว แต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็จะเอาใบตรวจร่างกายจากแพทย์ไปแจ้งความเพิ่มเติม ในกรณีทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อเป็นหลักฐาน ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายตรงข้ามหรือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันแต่อย่างใด.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus