สังคม

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ช่วย “อภิวัฒน์” หาเสียงเขตจตุจักร ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย เผย ไม่กดดันลงพื้นที่หาเสียง ชี้ “สุรพล” แค่ให้คำปรึกษา ยังไม่ถึงขั้นช่วยหาเสียง

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ช่วย “อภิวัฒน์” หาเสียงเขตจตุจักร ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย เผย ไม่กดดันลงพื้นที่หาเสียง ชี้ “สุรพล” แค่ให้คำปรึกษา ยังไม่ถึงขั้นช่วยหาเสียง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย (70%)

รายละเอียด

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย

“ดร.โจ” เดินตลาด อ.ต.ก. ช่วย “อภิวัฒน์” หาเสียงเขตจตุจักร ชูนโยบาย หวยใบเสร็จ ฟื้น SMEs ไทย เผย ไม่กดดันลงพื้นที่หาเสียง ชี้ “สุรพล” แค่ให้คำปรึกษา ยังไม่ถึงขั้นช่วยหาเสียง

วันที่ 7 มิ.ย. 2569 ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หมายเลข 3 เขตจตุจักร หาเสียง โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่เขตจตุจักร เพื่อนำเสนอนโยบาย การค้าขายง่ายส่งเสริมพื้นที่ค้าขาย และหวย SMEs กทม. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และขอคะแนนเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ตลาด อ.ต.ก. โดยเฉพาะนโยบายหวย SMEs กทม. ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้วในประเทศไต้หวัน ว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้จริง ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก ทำให้ร้านค้าที่เป็น SMEs มีคนเข้ามาซื้อขายมากขึ้น และเมื่อมีการบอกต่อจากคนที่ได้รับรางวัล โดยเฉพาะคนที่มาซื้อของจากร้านค้า SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ ทุก ๆ 20 บาท จะได้สิทธิ์ไปร่วมลุ้นรางวัล ซึ่ง กทม. จะจัดรางวัลไว้เดือนละ 10 ล้านบาท

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า คนที่ถูกรางวัลก็จะพูดแบบปากต่อปาก และเกิดการซื้อของผ่าน SMEs พี่เข้าร่วมโครงการมากขึ้นเรื่อย ๆยืนยันว่าเป็นโมเดลที่ศึกษามาจาก กรณีที่ประสบความสำเร็จมาแล้วโดยเฉพาะในประเทศไต้หวัน ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนก็เริ่มทำแล้ว หรือที่เรียกว่าลำพูนเพย์ แต่ กทม. ขนาดที่ใหญ่กว่าจังหวัดลำพูน ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในพื้นที่ได้มากขึ้น

ขณะที่นายอภิวัฒน์ เปิดเผยว่าปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่เขตจตุจักรคือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปัญหาการจราจร รวมถึงปัญหาขยะตกค้าง ซึ่งจากที่ตนเคยเป็นอดีต สก. มาหนึ่งสมัยทำให้ทราบปัญหานี้ดี แม้จะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ 100% ส่วนปัญหาด้านการจราจรและการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานก็ยอมรับว่า ยังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่เต็มที่ เช่น บางจุดยังไม่มีหลังคา ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง พร้อมกันนี้ยังชูนโยบายปรับปรุงและพัฒนาตลาดในเขตจตุจักร เพราะหลายตลาดอยู่ในการดูแลของ กทม. ซึ่งหากได้ผู้ว่ากทม.สังกัดพรรคประชาชน จะมีการพัฒนาและปรับปรุงตลาดให้ดีขึ้น

นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่นี้ไม่รู้สึกกดดัน ก่อนหน้านี้ก็เคยลงพื้นที่ไปแล้ว ก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับจากเขตนี้อย่างอบอุ่น ดังนั้นคิดว่าจะลงพื้นที่ทุกวันและทำให้ดีที่สุด พร้อมกับนำเสนอนโยบายต้องการทำให้ชีวิตคนในเขตจตุจักรดีขึ้นและง่ายขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาขยะและปัญหาน้ำท่วม จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และทำเรื่องเหล่านี้ให้ดีขึ้น โดยพร้อมที่จะนำเสนอนโยบาย แต่ละวันให้กับประชาชนได้รับทราบว่าทุกคนจะได้รับโอกาส

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการแต่งตั้งนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. จะดึงมาช่วยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า บทบาทของนายสุรพลหลัก ๆ จะเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษา เนื่องจากมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กทม. โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริษัทกรุงเทพธนาคม หรือการบริหารมหาวิทยาลัยนวมินทร์ฯ ที่อยู่ภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำนโยบายเชิงรุก ในช่วงที่มีการจัดทำนโยบาย ดังนั้นบทบาทของนายสุรพลคือการให้คำปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะให้ทีมผู้สมัคร ในการจัดทำนโยบาย ส่วนเรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus