การเมือง

การดี จี้ สตง. ยกระดับประสิทธิภาพ หวั่น “ปลวกดิจิทัล” สูบภาษีผลาญแอปฯ

“การดี” ชี้ สตง. ได้งบกว่า 3.3 พันล้าน แต่ดึงเงินคืนรัฐได้แค่ 731 ล้าน เตือนภัย “ปลวกดิจิทัล” ทุจริตเชิงระบบสร้างแอปฯ ร้าง ไร้คนใช้งาน

การดี จี้ สตง. ยกระดับประสิทธิภาพ หวั่น “ปลวกดิจิทัล” สูบภาษีผลาญแอปฯ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“การดี” ชี้ สตง. ได้งบกว่า 3.3 พันล้าน แต่ดึงเงินคืนรัฐได้แค่ 731 ล้าน เตือนภัย “ปลวกดิจิทัล” ทุจริตเชิงระบบสร้างแอปฯ ร้าง ไร้คนใช้งาน

ประเด็นสำคัญ

  • การดี จี้ สตง. ยกระดับประสิทธิภาพ หวั่น “ปลวกดิจิทัล” สูบภาษีผลาญแอปฯ
  • “การดี” ชี้ สตง. ได้งบกว่า 3.3 พันล้าน แต่ดึงเงินคืนรัฐได้แค่ 731 ล้าน เตือนภัย “ปลวกดิจิทัล” ทุจริตเชิงระบบสร้างแอปฯ ร้าง ไร้คนใช้งาน
  • วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผลประโยชน์ทางการเงินการคลังของประเทศใน 3 ประเด็นหลัก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ การดี จี้ สตง. ยกระดับประสิทธิภาพ หวั่น “ปลวกดิจิทัล” สูบภาษีผลาญแอปฯ (70%)

รายละเอียด

การดี จี้ สตง. ยกระดับประสิทธิภาพ หวั่น “ปลวกดิจิทัล” สูบภาษีผลาญแอปฯ

“การดี” ชี้ สตง. ได้งบกว่า 3.3 พันล้าน แต่ดึงเงินคืนรัฐได้แค่ 731 ล้าน เตือนภัย “ปลวกดิจิทัล” ทุจริตเชิงระบบสร้างแอปฯ ร้าง ไร้คนใช้งาน

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผลประโยชน์ทางการเงินการคลังของประเทศใน 3 ประเด็นหลัก

ดร.การดี ชี้ประเด็นแรกถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ สตง. โดยระบุว่า สตง. ได้รับจัดสรรงบประมาณ 3,357 ล้านบาท และรายงานว่าสร้างประโยชน์รวมได้ 3,631 ล้านบาท แต่เมื่อแยกแยะพบว่ามีเงินที่เรียกคืนได้จริงเพียง 731 ล้านบาท ส่วนที่เหลือกว่า 80% เป็นเพียงการประมาณการค่าเสียโอกาส เมื่อนำมาคิดเป็นผลตอบแทน (Benefit-Cost Ratio) พบว่าอยู่ที่ 1.08 เท่า หรือทุก 1 บาทที่ลงไป ได้กลับคืนมาเพียง 1.08 บาท ขณะที่องค์กรตรวจเงินแผ่นดินในต่างประเทศสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 50-100 เท่า จึงอยากสนับสนุนให้ สตง. ยกระดับการทำงานให้คุ้มค่าและมีตัวชี้วัดสัดส่วนมาตรฐานสากล

ประเด็นต่อมา ดร.การดี ได้เตือนถึงปัญหาโครงการด้านเทคโนโลยีของภาครัฐ โดยเปรียบเทียบว่านอกจากสิ่งก่อสร้างร้างในอดีตแล้ว ปัจจุบันรัฐกำลังเผชิญกับ “ปลวกดิจิทัล” ที่สูบงบภาษีผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการศึกษาที่พบการทำโครงการซ้ำซ้อน งบประมาณสูง แต่มีผู้ใช้งานจริงต่ำมาก เช่น ตั้งเป้า 8 แสนคน แต่มีผู้ใช้จริงแค่ 6 พันคน หรือบางโครงการทุ่มงบ 20 ล้านบาท ตั้งเป้า 20 ล้านคน แต่มีผู้ใช้หลักหมื่นแล้วปิดตัวไป ซึ่งเกิดจากการขาดความรอบคอบและการทุจริตเชิงระบบที่แฝงมากับงบซ่อมบำรุงและดูแลระบบ (M&O) รายปี

ช่วงท้าย ดร.การดี ได้เรียกร้องให้ สตง. ปรับกระบวนการทำงานมุ่งสู่ “การตรวจสอบเชิงรุก” พร้อมจับตาความคุ้มค่าโครงการขนาดใหญ่ เช่น Th-Ai Passport ที่มีข้อทักท้วงจากผู้เชี่ยวชาญ โดยย้ำว่า สตง. ต้องมองเกมให้ขาดตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ไม่ใช่รอให้งบประมาณเสียหายไปแล้วค่อยตามเรียกคืน เพราะโอกาสได้เงินคืนนั้นน้อยมาก การยับยั้งป้องกันความเสียหายล่วงหน้าต่างหากคือหัวใจสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus