สังคม

คุมแก๊งฆ่าฝังดินฝากขัง "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง "ธง" ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมแก๊งฆ่าฝังดิน ฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ขณะที่ "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง ส่วน "ธง" ปล่อยโฮ ขอโทษผู้เสียชีวิต อ้างถูกบังคับให้ทำ ตร.แจ้งหลายข้อหาหนัก

คุมแก๊งฆ่าฝังดินฝากขัง "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง "ธง" ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมแก๊งฆ่าฝังดิน ฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ขณะที่ "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง ส่วน "ธง" ปล่อยโฮ ขอโทษผู้เสียชีวิต อ้างถูกบังคับให้ทำ ตร.แจ้งหลายข้อหาหนัก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

คุมแก๊งฆ่าฝังดินฝากขัง "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง "ธง" ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ (70%)

รายละเอียด

คุมแก๊งฆ่าฝังดินฝากขัง "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง "ธง" ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับให้ลงมือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมแก๊งฆ่าฝังดิน ฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ขณะที่ "ป๋อง" ก้มหน้านิ่ง ส่วน "ธง" ปล่อยโฮ ขอโทษผู้เสียชีวิต อ้างถูกบังคับให้ทำ ตร.แจ้งหลายข้อหาหนัก

จากกรณีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ฝังดินในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดย นายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง อายุ 43 ปี และ นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล อายุ 39 ปี ให้การรับสารภาพ ก่อน นายธง เปิดปากยอมรับด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ยังมีการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับ พ่อแม่ลูก อีก 3 ศพ อ้างว่า ประสงค์ต่อทรัพย์ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวไปชี้จุดฝัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ฝังพี่น้องชาวรัสเซีย ไม่ไกลนัก กระทั่งเจอทั้ง 3 ศพ เป็นบุคคลที่ญาติแจ้งความคนหายไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ โดยมีการซัดทอดวัยรุ่นอีก 2 คน คือ นายอัษฎางค์ หรือบอล และนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค ที่ร่วมกันฆ่า 3 ศพ ก่อนเจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วย นปพ.ชลบุรี ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายธงชัย หรือธง, นายฑนา หรือป๋อง เกิดทอง, นายอัษฎางค์ หรือบอล และนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค เดินเรียงแถวขึ้นรถคุมขังกันตามลำดับ โดยมีบรรดาญาติของครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ตะโกนก่นด่ากันอย่างโกรธแค้น

โดย นายป๋อง สีหน้าเคร่งเครียด และก้มหน้า ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ แต่ นายธง กลับร้องไห้โฮ กล่าวขอโทษ และบอกว่า โดนนายป๋องบังคับให้ทำ ก่อนที่รถของเจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยแต่งเครื่องแบบตำรวจ โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง, ร่วมกันแสดงตน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น และทำลายศพ และ ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ เพื่อการอำพรางคดี

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เผยว่าการเดินทางมาที่สถานีตำรวจในวันนี้ มาให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามขั้นตอนการฝากขังผู้ต้องหา แต่ไม่ต้องการเผชิญหน้าหรือพูดคุยกับนายป๋องและนายธง เนื่องจากยังรู้สึกโกรธแค้นและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาถึงที่สุด โดยเห็นว่าควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพราะเชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่มีความสำนึก และหากได้รับการปล่อยตัวออกมา อาจกลับไปก่อเหตุซ้ำและทำให้มีผู้เสียหายรายใหม่

ส่วนการทำงานของตำรวจ ญาติเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่มีภารกิจจำนวนมาก แต่ต้องการให้ความสำคัญกับคดีคนหายและใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้น เพราะตลอดช่วงที่ครอบครัวสูญหาย ญาติพยายามติดตามข้อมูลหลายทาง แต่แทบไม่ได้รับความคืบหน้าที่ชัดเจน

ญาติยืนยันว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการในขณะนี้ คือให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้รับโทษตามกฎหมาย และให้ตำรวจตรวจสอบแรงจูงใจ เส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนร่วมกับการก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อให้ความจริงทั้งหมดปรากฏและคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus