สังคม

ด่วน! คุมตัวคนขับเก๋ง ให้ "หนุ่มใส่ฮู้ด" ส่งพัสดุต้องสงสัยให้แอร์ที่คอนโดฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว คนขับรถเก๋ง ให้ชายใส่ฮู้ดน้ำเงิน มาส่งพัสดุต้องสงสัย ให้ "แอร์มินา" ที่คอนโดฯ สอบเข้ม หลังเจอตัวที่อยุธยา เจ้าตัวบอกขับรถไปจริง แต่ให้การปฏิเสธ

ด่วน! คุมตัวคนขับเก๋ง ให้ "หนุ่มใส่ฮู้ด" ส่งพัสดุต้องสงสัยให้แอร์ที่คอนโดฯ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว คนขับรถเก๋ง ให้ชายใส่ฮู้ดน้ำเงิน มาส่งพัสดุต้องสงสัย ให้ "แอร์มินา" ที่คอนโดฯ สอบเข้ม หลังเจอตัวที่อยุธยา เจ้าตัวบอกขับรถไปจริง แต่ให้การปฏิเสธ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ด่วน! คุมตัวคนขับเก๋ง ให้ "หนุ่มใส่ฮู้ด" ส่งพัสดุต้องสงสัยให้แอร์ที่คอนโดฯ (70%)

รายละเอียด

ด่วน! คุมตัวคนขับเก๋ง ให้ "หนุ่มใส่ฮู้ด" ส่งพัสดุต้องสงสัยให้แอร์ที่คอนโดฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว คนขับรถเก๋ง ให้ชายใส่ฮู้ดน้ำเงิน มาส่งพัสดุต้องสงสัย ให้ "แอร์มินา" ที่คอนโดฯ สอบเข้ม หลังเจอตัวที่อยุธยา เจ้าตัวบอกขับรถไปจริง แต่ให้การปฏิเสธ

วันที่ 3 ก.ค. 69 คดีแอร์การบินไทยขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ก่อนถูกจับกุมได้ ซึ่งต่อมา  ป.ป.ส. เร่งแกะรอยล่าตัว ชายปริศนาสวมเสื้อฮู้ดสีดำ ที่ขับรถมาส่งกล่องพัสดุต้องสงสัยให้กับแอร์สาวที่คอนโดฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 นั้น

ล่าสุด มีรายงานว่าตำรวจสามารถควบคุมตัวคนส่งพัสดุต้องสงสัยว่าเป็นกระเป๋าซุกซ่อนเฮโรอีนให้แอร์มีนาได้แล้ว

โดยมีข้อมูลจาก พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ตำรวจนครบาล ได้นำตัว ชายปริศนา ซึ่งเป็น "คนขับรถยนต์" ให้กับชายที่ใส่ฮู้ดสีน้ำเงินและยกกล่องพัสดุต้องสงสัยจากท้ายรถไปไว้ใต้คอนโดของแอร์โฮสเตส ที่ย่านบางนา เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้แล้ว โดยตำรวจไปเชิญตัวมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้ามาสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจนครบาล

เบื้องต้นชายคนดังกล่าวให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่า ขับรถไปคอนโดของนางสาวมินาจริง ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

โดยหลังคุมตัวมาถึง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง

ทั้งนี้ หากสังเกตจากภาพกล้องวงจรปิดจะพบว่า ขณะที่ ชายสวมฮู้ดสีน้ำเงินยกกล่องพัสดุออกจากท้ายรถ และเปิดกระโปรงรถทิ้งไว้ ก่อนจะยกลังพัสดุไปส่งที่นิติฯ ของคอนโดฯ ซึ่งลักษณะดังกล่าวคาดว่าจะไม่มีการปิดล็อกรถ และเชื่อว่าจะมีคนอื่นอยู่ในรถเก๋งด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus