สังคม

ตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ ยืนยันตัวตน “บัตรคนจน” สำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว

คุณตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ หลังมายืนยันตัวตน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ที่ธนาคารสำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว ขณะที่อีกครอบครัว คุณป้าเหมารถกันมา เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน

ตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ ยืนยันตัวตน “บัตรคนจน” สำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

คุณตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ หลังมายืนยันตัวตน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ที่ธนาคารสำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว ขณะที่อีกครอบครัว คุณป้าเหมารถกันมา เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ ยืนยันตัวตน “บัตรคนจน” สำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว (70%)

รายละเอียด

ตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ ยืนยันตัวตน “บัตรคนจน” สำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว

คุณตาวัย 78 ดีใจจนร้องไห้ หลังมายืนยันตัวตน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ที่ธนาคารสำเร็จ หวังมีเงินไว้ซื้อข้าว ขณะที่อีกครอบครัว คุณป้าเหมารถกันมา เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน

วันที่ 4 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีประชาชนมายืนยันตัวตนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” ในวันแรก ว่า ตั้งแต่เช้ามีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เดินทางมาใช้บริการ ซึ่งหลายคนรวมกลุ่มกันเช่ารถพ่วงข้าง และรถกระบะ หารค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเดินทางมายังธนาคาร เพราะบางรายไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเองไม่เป็น ต้องมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยดำเนินการให้

ซึ่งการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามหลักเกณฑ์ใหม่ รัฐบาลกำหนดให้ทั้งผู้ถือสิทธิรายเดิมและผู้สมัครรายใหม่ ต้องเข้าสู่กระบวนการลงทะเบียนและคัดกรองคุณสมบัติใหม่ทั้งหมด เพื่อคัดกรองให้ผู้มีรายได้น้อยตัวจริงได้รับสวัสดิการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างแท้จริง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน เมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิต่อไป

คุณตาวีระ อายุ 78 ปี หนึ่งในผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อย ซึ่งเดินทางมารับการคัดกรองและยืนยันตัวตนพร้อมภรรยา วัย 73 ปี เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า รู้สึกดีใจที่สามารถยืนยันตัวตนผ่านเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรอลุ้นผลการพิจารณาว่าจะได้สิทธิรับการช่วยเหลือหรือไม่ ซึ่งครอบครัวของตนมีฐานะค่อนข้างลำบาก หวังว่าสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งตนไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่จะใช้ยืนยันตัวตน ส่วนลูกหลานก็ไปทำงาน ไม่มีใครช่วยทำให้ จึงต้องเดินทางมาธนาคาร แม้จะลำบากแต่ก็จำเป็นต้องมา เพราะอยากได้สิทธิไว้ใช้ซื้อข้าว ซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน

ด้านคุณยายสมจิตร อายุ 65 ปี และคุณยายจัด อายุ 76 ปี เปิดเผยว่า “วันนี้ได้ชักชวนกันเดินทางมาทั้งหมด 4 คน รวมเงินกันเหมารถเดินทางมายังธนาคาร เพราะไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ จึงต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ธนาคารให้ช่วยดำเนินการให้ ซึ่งแม้จะเข้าใจความจำเป็นเรื่องการตรวจสอบสิทธิของภาครัฐ แต่การให้ผู้ถือสิทธิรายเดิมต้องมาลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด สร้างความยุ่งยากแก่ผู้สูงอายุจำนวนมาก ทั้งเรื่องการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และการเข้าถึงเทคโนโลยี มีคนแก่หลายคนไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีความรู้เรื่องระบบออนไลน์ และยังเดินทางลำบาก จึงอยากให้รัฐบาลช่วยปรับขั้นตอนให้สะดวกกว่านี้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เคยได้รับสิทธิอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ ได้จัดกำลังคอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความแออัด และช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลได้ด้วยตนเอง ท่ามกลางความหวังของผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ที่ต้องการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ก็เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus