Nissan พลิกฟื้น ไตรมาสแรกปี 2569 กลับมามีกำไร เดินหน้าลดต้นทุนฝ่าวิกฤตตลาดจีน
Nissan หรือ นิสสัน เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2569 รายได้โตแตะ 2.96 ล้านล้านเยน พลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 79,100 ล้านเยน มาเป็นกำไร 77,900 ล้านเยน
สรุปสั้น
Nissan หรือ นิสสัน เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2569 รายได้โตแตะ 2.96 ล้านล้านเยน พลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 79,100 ล้านเยน มาเป็นกำไร 77,900 ล้านเยน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ Nissan พลิกฟื้น ไตรมาสแรกปี 2569 กลับมามีกำไร เดินหน้าลดต้นทุนฝ่าวิกฤตตลาดจีน (70%)
รายละเอียด
Nissan พลิกฟื้น ไตรมาสแรกปี 2569 กลับมามีกำไร เดินหน้าลดต้นทุนฝ่าวิกฤตตลาดจีน
Nissan หรือ นิสสัน เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2569 รายได้โตแตะ 2.96 ล้านล้านเยน พลิกจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 79,100 ล้านเยน มาเป็นกำไร 77,900 ล้านเยน หลังแผนฟื้นฟู Re:Nissan เริ่มเห็นผล ยืนยันเป้ากำไรทั้งปี 200,000 ล้านเยน แม้ปรับลดคาดการณ์ยอดขายทั่วโลกเหลือ 3.15 ล้านคัน
นิสสัน มอเตอร์ เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 หรือช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 โดยบริษัทสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง สะท้อนความคืบหน้าของมาตรการลดต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้แผน Re:Nissan
ในช่วง 3 เดือนดังกล่าว นิสสันมีรายได้รวม 2.9642 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 257,300 ล้านเยน หรือประมาณ 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 2.7069 ล้านล้านเยน
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 77,900 ล้านเยน พลิกจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 79,100 ล้านเยนในปีก่อน หรือปรับตัวดีขึ้นถึง 157,000 ล้านเยน ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากติดลบ 2.9% มาอยู่ที่ 2.6%
ด้านกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่อยู่ที่ 3,800 ล้านเยน พลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 115,800 ล้านเยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนรายการพิเศษ หรือ Ordinary Profit อยู่ที่ 49,100 ล้านเยน จากเดิมที่ขาดทุน 109,200 ล้านเยน
ผลประกอบการที่ฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากมาตรการลดต้นทุนภายใต้แผน Re:Nissan ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ประมาณ 60,000 ล้านเยนในไตรมาสแรก รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนที่อ่อนค่า แม้บริษัทยังคงเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลง ต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขันในตลาดรถยนต์โลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สำหรับยอดขายปลีกทั่วโลกในไตรมาสแรก นิสสันทำได้ประมาณ 701,000 คัน ลดลง 0.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดสหรัฐอเมริกามียอดขายเติบโตขึ้นและเป็นกำลังสำคัญในการพยุงผลประกอบการ ขณะที่ตลาดจีนยังเผชิญการแข่งขันอย่างหนัก โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEV สัญชาติจีน
จากสภาวะตลาดดังกล่าว นิสสันได้ปรับลดประมาณการยอดขายทั่วโลกตลอดปีงบประมาณ 2569 จากเดิม 3.30 ล้านคัน เหลือ 3.15 ล้านคัน หรือลดลงประมาณ 5% โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดเป้าหมายยอดขายในจีน รวมถึงความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรวมตลาดจีน นิสสันยังคาดว่ายอดขายในตลาดอื่นทั่วโลกจะเติบโตขึ้นจากปีก่อน โดยบริษัทเตรียมเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มสัดส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อน e-POWER ในตลาดสำคัญ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและลดการพึ่งพาการทำตลาดด้วยส่วนลด
นิสสันยังคงยืนยันเป้าหมายผลประกอบการตลอดปีงบประมาณ 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2570 โดยคาดว่าจะมีรายได้รวม 13 ล้านล้านเยน กำไรจากการดำเนินงาน 200,000 ล้านเยน และกำไรสุทธิ 20,000 ล้านเยน แม้ต้องเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนโลจิสติกส์ ตลอดจนการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์
อีวาน เอสปิโนซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของบริษัทในการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและทำกำไรได้อย่างยั่งยืน โดยนิสสันจะเดินหน้ารักษาวินัยด้านต้นทุน เร่งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค
ทั้งนี้ การกลับมาทำกำไรในไตรมาสแรกถือเป็นสัญญาณบวกของนิสสัน หลังบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงิน ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว