สังคม

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" จีนเทา เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายแก๊ง "จีนเทา" เจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด พร้อมเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" จีนเทา เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายแก๊ง "จีนเทา" เจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด พร้อมเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" จีนเทา เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด (70%)

รายละเอียด

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ "แจ้งเกิดทิพย์" จีนเทา เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด

เปิดเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการ  "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายแก๊ง  "จีนเทา" เจ้าหน้าที่เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด พร้อมเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน

จากกรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่-เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลตำบล หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาลฯ โดยมีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังกรมการปกครองประสานเข้าตรวจสอบ พบความผิดปกติในการออกเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ (จีนเทา) ซึ่งขณะนี้พบข้อมูลความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีแจ้งเกิดทิพย์ หลังระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎรของเทศบาลและปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เร่งตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิดทิพย์ ย้อนหลังไป 5 ปี เพื่อทำการเพิกถอนสูจิบัตรของเครือข่ายกลุ่มคนจีนที่นำเอกสารเท็จมาแอบอ้างขอแจ้งเกิดกับ น.ส.ดา (นามสมมุติ) เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจ ป.ป.ป.และชุดปฏิบัติการสืบสวนของกรมการปกครอง จับกุมตัวไปเมื่อเช้าวันนี้ ตามที่กรมการปกครองโดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งได้จับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและเป็นบิดารับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของคนจีนได้รับสัญชาติไทย จำนวน 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 6 คน และขยายผลได้อีก 1 คดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบค้นเอกสารและตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อขยายผลถึงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ของกลุ่มจีนเทา และเด็กต้องสงสัยที่ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้ ขณะถูกสกัดไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา รวมทั้งพบความเชื่อมโยงเครือข่ายปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าในจำนวน 45 ราย มีถึง 29 ราย ที่มีข้อมูลการเกิดจริงแต่ถูกสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 ราย ไม่พบข้อมูลการเกิดเลย และจนถึงขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง พบการแจ้งเกิดทิพย์จำนวน 50 ราย โดยแยกเป็นกรมการปกครองพบ 5 ราย เทศบาลฯ พบ 45 ราย ซึ่งได้เตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมดและเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว พร้อมกับเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง สรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อเดินหน้าดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีได้

ล่าสุด มีรายงานเส้นทางเชื่อมโยงขบวนการแจ้งเกิดทิพย์ เครือข่ายแก๊งจีนเทา เริ่มจากจะมีการติดต่อว่าจ้าง นายนพรัตน์ อดีตปลัดอำเภอหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา โดยนายนพรัตน์ จะเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการดำเนินการ เพราะเคยมีรหัสกลางของกรมการปกครองที่สามารถเข้าในระบบทะเบียนราษฎรได้ทั่วประเทศ ทางแก๊งจีนเทาจะมีออเดอร์ให้นายนพรัตน์ ดำเนินการให้ โดยมีค่าตอบแทนให้รายละ 3-5 หมื่นบาท โดยว่าจ้างให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียนสมรสทิพย์, ปลอมใบแจ้งเกิดทิพย์ และหาบ้านเพื่อบรรจุชื่อลงในทะเบียนบ้านให้

จากนั้น นายนพรัตน์ จะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎรของที่ว่าการอำเภอ และเทศบาลที่เคยเป็นลูกน้องร่วมงานกันมาก่อน หรือเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกัน ให้เป็นผู้รับแจ้งเกิดทิพย์ให้ โดยให้ค่าจ้างรายละ 1-3 หมื่นบาท ซึ่ง น.ส.ดา เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และอดีตลูกจ้างงานทะเบียนราษฎรที่ว่าการอำเภอห้วยแถลง กับนายนพรัตน์ เคยทำงานร่วมกันมาก่อน จึงคุ้นเคยกันดี

นอกจากนี้ การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ป.ป.ป. และชุดสืบสวนปฏิบัติการของกรมการปกครอง ยังตรวจพบข้อมูลอีกว่า เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา มีการแจ้งเกิดทิพย์ในลักษณะเดียวกันนี้จำนวน 18 ราย อีกด้วย.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus