สังคม

สุดช็อก เด็กแคนาดาวัย 11 ปี เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวเกาะใบหน้า

เด็กชายชาวแคนาดา วัย 11 ปี เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวสัมผัสบริเวณจมูกและปากระหว่างนอนหลับ โดยครอบครัวไม่ทราบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จึงไม่ได้รีบพาเข้ารับการรักษาป้องกันทันที

สุดช็อก เด็กแคนาดาวัย 11 ปี เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวเกาะใบหน้า
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เด็กชายชาวแคนาดา วัย 11 ปี เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวสัมผัสบริเวณจมูกและปากระหว่างนอนหลับ โดยครอบครัวไม่ทราบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จึงไม่ได้รีบพาเข้ารับการรักษาป้องกันทันที

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สุดช็อก เด็กแคนาดาวัย 11 ปี เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวเกาะใบหน้า (70%)

รายละเอียด

สุดช็อก เด็กแคนาดาวัย 11 ปี เสียชีวิตเพราะพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวเกาะใบหน้า

เด็กชายชาวแคนาดา วัย 11 ปี เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า หลังถูกค้างคาวสัมผัสบริเวณจมูกและปากระหว่างนอนหลับ โดยครอบครัวไม่ทราบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จึงไม่ได้รีบพาเข้ารับการรักษาป้องกันทันที

วารสารการแพทย์ของสมาคมแพทย์แคนาดา เผยแพร่รายงานกรณีศึกษาสุดสะเทือนใจ เมื่อเด็กชายชาวแคนาดา วัย 11 ปี ต้องเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า สาเหตุจากการที่ถูกค้างคาวสัมผัสบริเวณจมูกและปากระหว่างนอนหลับ แต่ครอบครัวไม่คิดว่าเป็นอันตราย เพราะไม่ได้ถูกกัดและไม่มีรอยแผล จึงไม่ได้รีบพาเข้ารับการรักษาป้องกันทันที

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่เด็กชายเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่กระท่อมตากอากาศแห่งหนึ่งในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2024 โดยรายงานระบุว่า เด็กชายสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบค้างคาวเกาะอยู่บริเวณจมูกและปาก จึงใช้มือปัดค้างคาวออกจากใบหน้า ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะจับค้างคาวใส่ภาชนะและนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ไม่ได้พาลูกชายไปพบแพทย์ในทันที เนื่องจากไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกกัด และเห็นว่าค้างคาวไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติ แต่หลังจากผ่านไป 19 วัน เด็กชายเริ่มมีอาการชาบริเวณใบหน้าและเกิดอาการบวม ครอบครัวจึงพาไปเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน

ในระยะแรก แพทย์สงสัยว่าอาจเป็น โรคเบลล์พาลซี หรือภาวะอัมพาตของเส้นประสาทใบหน้าชั่วคราว จึงให้ยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคในกลุ่มเริม

ต่อมาเด็กชายกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอีก 2 ครั้ง โดยแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจเป็นการติดเชื้อไวรัสในช่องปากและเหงือก แต่ในวันถัดมาอาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อใบหน้าด้านขวาเริ่มอ่อนแรง

ระหว่างรอเข้ารับการรักษา เด็กชายมีไข้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส กลืนลำบาก มีอาการสับสน และเกิดภาพหลอน ก่อนอาการจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก

แพทย์จากมหาวิทยาลัยแมนิโทบา เริ่มสงสัยว่าเด็กชายอาจติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ก่อนที่ผลตรวจในอีกไม่กี่วันต่อมาจะยืนยันว่าเป็นความจริง

ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจสอบอาหารแห่งแคนาดายังตรวจพบว่า เชื้อที่เด็กชายได้รับเป็นสายพันธุ์โรคพิษสุนัขบ้าที่พบในค้างคาว

ท้ายที่สุดเด็กชายเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ 17 วัน โดยก่อนหน้านี้ไม่มีประวัติภูมิแพ้ ไม่ได้ถูกเห็บกัด ไม่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย และไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ

รายงานระบุว่า โรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์พบได้น้อยมากในประเทศแคนาดา โดยนับตั้งแต่ปี 1924 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพียง 28 ราย เนื่องจากประเทศมีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แพทย์เน้นย้ำว่าการสัมผัสค้างคาวโดยตรง ไม่ว่าจะถูกกัดหรือไม่เห็นรอยแผลก็ตาม ถือเป็นข้อบ่งชี้ที่ควรได้รับวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังการสัมผัสเชื้อโดยเร็วที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากบาดแผลขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเมื่อผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการ เช่น ชา กลืนลำบาก ไข้ สับสน หรือมีอาการทางระบบประสาทแล้ว โรคนี้แทบจะเสียชีวิตเกือบ 100% และยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผล.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus