สังคม

“ทรงศักดิ์” เดินหน้าฟ้องต่อ แม้ “กฤต” แจงแล้วไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

“ทรงศักดิ์” ขอความเป็นธรรม หลัง “กฤต” รับกลางรายการไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมขอโทษที่แอบอ้างชื่อ ย้ำเดินหน้าฟ้องหมิ่นฯ สร้างบรรทัดฐานการตรวจสอบ

“ทรงศักดิ์” เดินหน้าฟ้องต่อ แม้ “กฤต” แจงแล้วไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ทรงศักดิ์” ขอความเป็นธรรม หลัง “กฤต” รับกลางรายการไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมขอโทษที่แอบอ้างชื่อ ย้ำเดินหน้าฟ้องหมิ่นฯ สร้างบรรทัดฐานการตรวจสอบ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“ทรงศักดิ์” เดินหน้าฟ้องต่อ แม้ “กฤต” แจงแล้วไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น (70%)

รายละเอียด

“ทรงศักดิ์” เดินหน้าฟ้องต่อ แม้ “กฤต” แจงแล้วไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

“ทรงศักดิ์” ขอความเป็นธรรม หลัง “กฤต” รับกลางรายการไม่มีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมขอโทษที่แอบอ้างชื่อ ย้ำเดินหน้าฟ้องหมิ่นฯ สร้างบรรทัดฐานการตรวจสอบ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.ส้ม กับนายกฤต หรือ นายพงษ์สกร เสาธน ซึ่งมีการพาดพิงถึงตนในประเด็นการทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น จนทำให้ได้รับความเสียหายและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

ล่าสุด นายกฤตได้เปิดใจผ่านรายการ “เรื่องนี้ต้องเคลียร์” ทางสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์  เมื่อวันที่ 30 มิย. ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า นายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียง พร้อมกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจที่นำชื่อของนายทรงศักดิ์ไปแอบอ้าง อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีคนใด

“เมื่อผู้ที่อยู่ในคลิปออกมายอมรับข้อเท็จจริงแล้ว จึงอยากขอความเป็นธรรมจากประชาชนและสังคมว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมแสดงความเห็นว่า การปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาเพื่อสร้างความเสียหาย ทำให้เกิดความพยายามล้มกระบวนการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น และดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย”

ส่วนการดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกฤต ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อไป แม้นายกฤตจะออกมายอมรับว่า นายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วก็ตาม

“การดำเนินคดีต่อไปเพื่อต้องการสร้างบรรทัดฐานว่า การตรวจสอบบุคคลสาธารณะสามารถทำได้ หากอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐาน หรือจงใจใส่ร้ายจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย โดยผู้กระทำต้องแสดงความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นด้วย” รองนายกฯ กล่าว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus