จับตา ครม. 2 มิ.ย. คมนาคมชงโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหาร ดันนโยบายตั๋วร่วม
จับตา ครม. พรุ่งนี้ “คมนาคม” เสนอวาระโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหารกรรมสิทธิ์เดียว ดันนโยบาย “ตั๋วร่วม” จ่ายค่าโดยสารเริ่มต้น 40 บาทตลอดวัน เป็นของขวัญปีใหม่ 2570 ให้ประชาชน
สรุปสั้น
จับตา ครม. พรุ่งนี้ “คมนาคม” เสนอวาระโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหารกรรมสิทธิ์เดียว ดันนโยบาย “ตั๋วร่วม” จ่ายค่าโดยสารเริ่มต้น 40 บาทตลอดวัน เป็นของขวัญปีใหม่ 2570 ให้ประชาชน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ จับตา ครม. 2 มิ.ย. คมนาคมชงโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหาร ดันนโยบายตั๋วร่วม (70%)
รายละเอียด
จับตา ครม. 2 มิ.ย. คมนาคมชงโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหาร ดันนโยบายตั๋วร่วม
จับตา ครม. พรุ่งนี้ “คมนาคม” เสนอวาระโอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายให้ รฟม. บริหารกรรมสิทธิ์เดียว ดันนโยบาย “ตั๋วร่วม” จ่ายค่าโดยสารเริ่มต้น 40 บาทตลอดวัน เป็นของขวัญปีใหม่ 2570 ให้ประชาชน
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันนโยบายตั๋วร่วม ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิถุนายนนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอวาระเพื่อทราบเกี่ยวกับแนวทางการโอนสิทธิการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย มาอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือแนวคิดการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) นำไปสู่การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าร่วมกัน รองรับนโยบายตั๋วร่วม
“กระทรวงฯ อยู่ระหว่างหารือแนวทางการบริหารจัดการสิทธิ และอำนาจในการดำเนินงานบางส่วนของโครงการรถไฟฟ้า โดยจะให้ กทม. โอนสิทธิในการบริหารบางด้านให้แก่ รฟม. เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโครงการในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำราคาค่าโดยสารร่วม ดังนั้น แนวคิดนี้ต้องเสนอให้ ครม. เห็นชอบในหลักการก่อน เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคม เพิ่มเติมว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 2 มิถุนายน กระทรวงคมนาคมจะเสนอหลักการจัดทำ Single Ownership ให้ ครม. พิจารณาอนุมัติ โอนย้ายโครงการรถไฟฟ้าในส่วนของ กทม. และแก้สัญญากับเอกชนให้ย้ายมาอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. เป็นเจ้าของ หาก ครม. รับทราบก็จะนำมาสู่การเริ่มต้นเจรจากับเอกชนคู่สัญญา เจรจากับ กทม. เพื่อโอนสิทธิบริการรถไฟฟ้ามายัง รฟม. ทั้งหมด ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าแนวทางเหล่านี้จะไม่ใช้เงินงบประมาณ ไม่กระทบหนี้สาธารณะ แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทาน จากเดิม กทม. เป็นคู่สัญญากับภาคเอกชน มาเป็น รฟม. ถือสิทธิและเป็นคู่สัญญาแทน
“แนวทางการโอนสิทธิบริหารมาเป็นของ รฟม. จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำราคาค่าโดยสารแบบตั๋วร่วม ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายทำเรื่องนี้ให้สำเร็จภายในปีนี้ และประกาศใช้ค่าโดยสารใหม่เริ่มต้น 40 บาทตลอดวัน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนในวันที่ 1 มกราคม 2570”
สำหรับสัญญาโครงการรถไฟฟ้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานจากรูปแบบ PPP Net Cost ปรับเป็นสัญญา PPP Gross Cost ปัจจุบันมี 4 โครงการ ประกอบด้วย
1. รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) หมอชิต-อ่อนนุช และสายสีลม (สีเขียวเข้ม) สนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำสัญญาสัมปทานกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ BTSC ครอบคลุมสัมปทานหลัก ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน สิ้นสุดในปี 2572
นอกจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียวยังมีสัญญาจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า สิ้นสุดสัญญาในปี 2585 ครอบคลุมส่วนหลัก หมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬา-สะพานตากสิน ส่วนต่อขยายที่ 1 สะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง รวมถึงส่วนต่อขยายที่ 2 หมอชิต-คูคต และส่วนต่อขยายที่ 2 แบริ่ง-สมุทรปราการ
2. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง-สถานีบางซื่อ และส่วนต่อขยายสถานีหัวลำโพง-หลักสอง โดย รฟม.ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ครอบคลุมสัมปทานบริการเดินรถ จัดเก็บรายได้ค่าโดยสาร และการพัฒนาเชิงพาณิชย์ สิ้นสุดในปี 2592 อย่างไรก็ตาม ตามสัญญาสายสีน้ำเงินกำหนดให้ BEM มีภาระผูกพันต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนจากค่าโดยสาร และจากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้แก่ รฟม. ตามอัตราที่ระบุในสัญญาสัมปทาน โดยจะหมดระยะเวลาสัมปทานในปี 2593
3. รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีแคราย-มีนบุรี โดย รฟม. ทำสัญญากับบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) เป็นสัมปทานรูปแบบ PPP Net Cost เอกชนลงทุนก่อสร้างงานโยธา งานระบบ และจัดหาขบวนรถ รวมถึงงานเดินรถ และบำรุงรักษา 30 ปี นับจากเปิดให้บริการ โดยรัฐจ่ายเงินสนับสนุนแก่เอกชนเป็นเงินสนับสนุนค่างานโยธา ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี โดยจะหมดระยะเวลาสัมปทานปี 2596
4. รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว-สำโรง โดย รฟม.ทำสัญญากับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) เป็นสัมปทานรูปแบบ PPP Net Cost เอกชนลงทุนก่อสร้างงานโยธา งานระบบ และจัดหาขบวนรถ รวมถึงงานเดินรถ และบำรุงรักษา 30 ปีนับจากเปิดให้บริการ โดยรัฐจ่ายเงินสนับสนุนแก่เอกชนเป็นเงินสนับสนุนค่างานโยธา ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี หมดระยะเวลาสัมปทานปี 2596